logo
Save on hotels with HotelsCombined.com

ประวัติของ เดวิด ดูวัล

 

เดวิด ดูวัล

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อเต็ม : เดวิด โรเบิร์ต ดูวัล
วันเกิด : 9 พฤศจิกายน 1971
สถานที่เกิด : แจ๊คสันวิล, ฟลอริด้า, สหรัฐฯ 
สัญชาติ : อเมริกัน
ส่วนสูง : 6 ฟุต 0 นิ้ว (1.83 เมตร)
น้ำหนัก : 180 ปอนด์ (82 กิโลกรัม)
เทิร์นโปร : 1993

ประวัติและการเริ่มต้นอาชีพนักกอล์ฟ

นักกอล์ฟสมัครเล่น

เดวิด ดูวัล อดีตโปรกอล์ฟมือ 1 ของโลก ชาวอเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 1971 ที่แจ๊คสันวิล, ฟลอริด้า, สหรัฐฯ  โดยเขาเป็นลูกชายของ บ็อบ ดูวัล อดีตยอดโปรกอล์ฟชื่อดัง และเขาได้เรียนรู้การหวดวงสวิงจาก โรงเรียน Episcopal High School of Jacksonville ก่อนที่จะพัฒนาฝีมือ จนสามารถคว้าแชมป์สมัครเล่นระดับจูเนียร์ได้สำเร็จ ในปี 1989 อย่างไรก็ตาม เขาก็เข้าเล่นกอล์ฟระดับสมัครเล่นต่อไปที่ วิทยาลัย Georgia Tech ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำให้ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะนักกอล์ฟหน้าใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุด หลังจากกวาดแชมป์มาครองได้ อย่างมากมาย

นักกอล์ฟอาชีพ

1995-2002 : ช่วงรุ่งโรจน์

ในปี 1995 เดวิด ดูวัล เปิดฉากการเป็น รุกกี้ หรือมือใหม่ด้วยฝีไม้ลายมือ ที่ทำให้วงการกอล์ฟอาชีพคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง กับการขึ้นสู่อันดับสองใน ยูเอส ทัวร์ ถึง 3 รายการรวด รวมถึง ได้อันดับ 2 ถึง 7 รายการของพีจีเอทัวร์ ตั้งแต่ปี 1995 ถึง 1997 และผ่านรอบคัดเลือกในรายการ President's Cup ปี 1996 อีกด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เฉียดไปเฉียดมา ในที่สุด ดูวัล ก็สามารถก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์ พีจีเอ แรกให้กับตัวเองได้สำเร็จในรายการ Michelob Championship at Kingsmill ในเดือนตุลาคม 1997 และคว้าแชมป์อีก 2 รายการ ในเดือนเดียวกันนี้ รวมถึง รายการ ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ ในปี 1997 และขยับตำแหน่งนักกอล์ฟ ที่ทำรายได้สูงในปีนั้น ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับในปี 1998 กับเงินรางวัลกว่า 2,591,000 เหรียญสหรัฐ ปีต่อมา

นักหวดจากฟลอริด้าคนนี้ แสดงฝีมือให้ประจักษ์ผ่านรายการระดับยักษ์ๆ ตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นมาหลายรายการทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการคว้าตำแหน่งรองอันดับสองร่วมจากรายการ เดอะ มาสเตอร์ หรือการขึ้นมาอยู่อันดับหก และ อันดับสามของรายการ ยู เอส โอเพ่น และไม่เคยจหล่นไปเกินท็อปเท็นเลยในช่วงที่ต่อมา เพราะเขาสามารถรั้งไว้ที่อันดับเจ็ดถึงสองครั้ง และอันดับแปดอีกครั้งหนึ่ง

กล่าวได้ว่า นับตั้งแต่ปี 1997-2001 ดูวัล กวาดแชมป์รายการ พีจีเอ ทัวร์ ทัวร์นาเม้นต์ มาครองได้ถึง 13 รายการ รวมถึงแชมป์ ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ ปี 1997, แชมป์ เดอะ เพลเยอร์ แชมเปี้ยนส์ ชิพ ปี 1999, โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ปี 2001, แชมป์ ดันล็อป พีนิกส์ โอเพ่น ปี 2001 และ แชมป์ เวิล์ด คัพ อินเตอร์เนชั่นแนล ปี 2000 (ร่วมกับ ไทเกอร์ วู้ดส์) รวมถึง อันดับ 2 รวม ในรายการมาสเตอร์ปี 1998 และ 2001 กระทั่งมีผู้ทำนายทักว่า เขาจะต้องเป็นนักกอล์ฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในวงการอีกคนหนึ่ง ซึ่งคำกล่าวนั้นก็ไม่ได้เกินจริงไปเลยแม้แต่น้อย เพราะในช่วง 5 ปีหลังจากนั้น เดวิด ดูวัล ก็กลายเป็นนักกอล์ฟที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดคนหนึ่ง รวมไปถึงสามารถ ทำเงินรายได้ จากการแข่งขันไปหลายล้านเหรียญสหรัฐแล้ว

ดูวัล เป็นนักกอล์ฟที่ขึ้นชื่อ เรื่องการตีไกลคนหนึ่ง ของทัวร์ ซึ่งนั่นก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขากวาด ชัยชนะจากสามรายการสุดท้ายของทัวร์ในปี 1997 และขยับตำแหน่งนักกอล์ฟ ที่ทำรายได้สูงในปีนั้น ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับในปี 1998 กับเงินรางวัลกว่า 2,591,000 เหรียญสหรัฐ ปีต่อมา

สำหรับ ไฮไลท์ ในอาชีพนักกอล์ฟ ของ ดูวัล คงจะไม่มีอะไรโดดเด่นไปกว่าการที่เขา ขึ้นเป็นนักกอล์ฟหมายเลขเบอร์ 1 ของโลก จากการจัดอันดับของ Official World Golf Rankings ในเดือนเมษายน  ปี 1999 นอกจากนี้ เขายังเป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่คว้าแชมป์ (เดอะ เพลเยอร์ แชมเปี้ยนชิพ) ได้ในวันเดียวกับที่ บิดาของเขา บ็อบ ดูวัล คว้าแชมป์ได้เหมือนกัน (แชมเปี้ยนส์ ทัวร์) ยิ่งไปกว่านั้น เขายังสามารถคว้าแชมป์ ไรเดอร์ คัพ ร่วมกับทีมชาติสหรัฐฯ ได้ในปี 1999 และ 2002 อีกด้วย


2002-ปัจจุบัน : ช่วงตกต่ำ

หลังจากคว้าแชมป์ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ดูวัล ก็ทำผลงานดร็อปลงไปอย่างน่าใจหาย จนอันดับการทำเงินในอาชีพ ร่วงหล่นมาอยู่ที่ 80 ของโลก ในปี 2002 และอันดับ 211 ในปี 2003 โดยมีข้อสันนิษฐานหลากหลายกันไป ในผลงานอันตกต่ำนี้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาการบาดเจ็บที่หลัง, ข้อมือ และ ไหล่ รวมถึง ปัญหายุ่งยากในชีวิตส่วนตัวของดูวัล รวมถึงมีอาการวิงเวียนศีรษะรบกวนอยู่บ่อยครั้ง ส่งผลให้เขา ไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใดๆ ได้เล่น นับตั้งแต่คว้าแชมป์ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี 2001

ผู้สันทัดกรณีหลายฝ่ายเชื่อว่า อาชีพนักหวดวงสวิงของ ดูวัล ได้สิ้นสุดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาก็กลับสู่วงการกอล์ฟโลกอีกครั้ง ในปี 2004 ในรายการ ยูเอส โอเพ่น ซึ่งเขาหวดได้ 25 โอเวอร์พาร์ และถูกตัดตัดไปในที่สุด เช่นเดียวกับอีก 2 รายการในปี 2004 และ 2006 ทว่า เขา ก็รอดพ้นจากการถูกตัดตัว ได้ ในศึก พีจีเอ ทัวร์ รายการ ดันล็อป พีนิกส์  ปี 2005 ที่ ญี่ปุ่น  แต่เขาก็ไม่สามารถทำอันดับติดท็อปเทนได้หลังจบทัวร์นาเม้นต์

ในช่วงที่ ดูวัล กำลังอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดที่สุด เขามักจะถูกมองว่า ชอบทำตัวห่างเหินและสันโดษ ทำให้ จึงไม่ค่อยมีแฟนกอล์ฟให้ความสนใจและชื่อชอบในตัวเขามากนัก แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาเกิดอาการท้อแท้ในยามที่ตกอับเช่นนี้ และในที่สุดเขาก็สามารถเอาชนะปัญหาที่เกิดขึ้น และยังคงเล่นกอล์ฟด้วยความสนุกต่อไปได้

ในปี 2006 ดูวัล ออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างสวยงาม โดยทำผลงานผ่านการตัดตัวได้สำเร็จ ใน 2 ทัวร์นาเม้นต์ แรก ที่ลงแข่งขัน เช่นเดียวกับ ที่เขาสามารถผ่านเข้าถึงรอบสุดท้าย ในรายการ ที-16 ที่ สหรัฐฯ และ รายการ ยูเอส โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ที่ วิเก็ด ฟุต กอล์ฟ คลับ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาทำผลงานได้ดีที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว โดยแม้ว่าจะไม่ได้ทำผลงานดีเทียบเท่ากับช่วงที่พีคของตนเอง แต่ฟอร์มของเขาก็ยังถือว่ามีมาตรฐานการเล่นที่อยู่ในระดับสูง จากหลายๆ ปีที่ผ่านมา

ชีวิตนอกสนาม

ดูวัล ก็เหมือนนักกอล์ฟชื่อดังคนอื่นๆ ที่ยังมีรายได้เพิ่มเติม นอกเหนือจากเงินรางวัล ของการแข่งขันอีก อันเป็นผลพวงมาจากการที่เกิดกระแส ไทเกอร์ฟีเวอร์ ผู้ผลิตสินค้าหลายราย เสนอตัวเป็นสปอนเซอร์ให้กับเจ้าเสือน้อย เพื่อแลกกับการได้นำเอาชื่อ ของนักกอล์ฟสุดฮ็อทคนนี้ มาเป็นประโยชน์ทางการทำธุรกิจ หรือโฆษณาสินค้าของตน และแน่นอน เดวิด ดูวัล มือรองคนนี้ก็ได้รับอานิสงค์ดังกล่าวเช่นกัน
 
เพราะแม้แต่ NIKE ยักษ์ใหญ่วงการกีฬาของสหรัฐ ยังแบ่งงบประมาณโฆษณา และกิจกรรมส่งเสริมการขายส่วนหนึ่งมาให้กับ เดวิด ดูวัล หลังจาก ไล่เบียด ไทเกอร์ วูดส์ จนตกจากบัลลังค์เมื่อต้นปี 1999 ลงไปอยู่อันดับ 41 นานหลายสัปดาห์ก่อน ที่เจ้าเสือน้อยจะฮึดขึ้นมาอยู่อันดับท็อปอีกครั้ง ก็ย่างเข้ากลางเดือนสิงหาคมแล้ว หลังจากที่ได้แสดงฝีมือ ในรายการ ยูเอสพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ
 
เกียรติประวัติที่เคยได้รับ

ระดับสมัครเล่น

แชมป์ U.S. Junior Amateur (1989)
แชมป์ Northeast Amateur, Porter Cup (1992)

ระดับอาชีพ
แชมป์พีจีเอ ทัวร์ 13 รายการ
       - เมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพ 1 รายการ
       - รายการพีจีเอทัวร์ 12 รายการ
อื่นๆ 6 รายการ

**ข้อมูลอัพเดทล่าสุด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2551

 

ข้อมูลล่าสุด : @ 2013-10-09 14:44:10

สปอร์ตไอดอล