logo
Save on hotels with HotelsCombined.com

ประวัติของ วีเจย์ ซิงห์

 

วีเจย์ ซิงห์

ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ :
วีเจย์ ซิงห์ 
วันเกิด : 22 กุมภาพันธ์ 1963 (อายุ 45 ปี)
สถานที่เกิด : ลาอูโตก้า, ฟิจิ
ที่อยู่ปัจจุบัน : ปอนเต้ เวดรา บีช, ฟลอริด้า, สหรัฐฯ
ส่วนสูง : 6 ฟุต 3 นิ้ว (1.91 เมตร)
น้ำหนัก : 208 ปอนด์ (94.3 กิโลกรัม)
สัญชาติ : ฟิจิ-อินโด
เทิร์นโปร : 1982
รายการลงเล่น : พีจีเอทัวร์ : 1993
                        :  ยูโรเปี้ยนทัวร์ : 2006 (อีกครั้ง)

วีเจย์  ซิงห์ นักกอล์ฟอาชีพชื่อดังชาวฟิจิ เชื้อสายอินโด เกิดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1963 ที่เมือง นาดี, ลาอูโตก้า ประเทศ ฟิจิ  โดยอดีตนักกอล์ฟ มือ 1 ของโลก ระหว่างปี 2004-2005 เคยคว้าแชมป์เมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพ 3 รายการ (เดอะมาสเตอร์ 2000, พีจีเอ แชมเปี้ยน ชิพ 1998 และ 2004) รวมถึงเคยเป็นนักกอล์ฟที่ทำเงินมากที่สุดใน พีจีเอ ทัวร์ ในปี 2003 และ 2004 อีกด้วย และด้วยความสำเร็จมากมาย ก็ทำให้ในปี 2006 ชื่อของ ซิงห์ ก็ได้ถูกนำไปอยู่ในหอเกียรติยศของวงการกอล์ฟโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สไตล์การเล่น

ซิงห์ มีชื่อเสียงกิตติศัพท์ในการเป็นนักกอล์ฟที่ทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมอย่างหนัก และมีความพิถีพิถันในการเตรียมพร้อมลงทำการแข่งขันมากคนหนึ่งในวงการหวดวงสวิงของโลก ซึ่งเขามักจะดูวิดีโอการเล่นของตัวเองอยู่เป็นประจำเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขร่วมถึงพัฒนาเทคนิคในวงสวิงของตัวเอง รวมถึงมักจะใช้เวลาหลายชั่วโมงก่อนและหลังการแข่งขันในสนาม นอกจากนี้ ซิงห์ ยอมรับว่า ตัวเขาชื่นชอบในวงสวิงของ ทอม ไวสคอปฟ์ อดีตนักกอล์ฟชื่อดังชาวสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก และได้ยึดวิถีการเล่นมาเป็นต้นแบบในช่วงเริ่มต้นอาชีพนักกอล์ฟของตนเอง จนสามารถทำให้เขาประสบความสำเร็จในอาชีพนักกอล์ฟได้อย่างทุกวันนี้ 

ทั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่า ซิงห์ เป็นนักกอล์ฟที่มีความโดดเด่นในการตีลูกได้ไกลและแม่นยำ และยังมีสไตล์การเล่นที่ดุดัน อีกด้วย ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ด้วยสรีระที่สูงใหญ่ของเขา (สูง 6 ฟุต 2 นิ้ว หรือประมาณ 1.91 เมตร และหนัก 200 ปอนด์ หรือ 94.3 กิโลกรัม, เป็นหนึ่งในนักกอล์ฟที่ตัวใหญ่ที่สุดในพีจีเอ) น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาตีลูกได้ไกล นอกจากนั้นแล้ว ซิงห์ ยังเล่นลูกบนกรีนได้ดี และแก้ไขสถานการณ์คับขันได้อย่างชาญฉลาดอีกด้วย

อาชีพนักกอล์ฟ

1982-1984 : ช่วงเริ่มต้น

ซิงห์ เทิร์นโปร ในปี 1982 โดยภายหลังการเทิร์นโปรเพียง 2 ปี ซิงห์ในวัย 19 ปี ก็สามารถความแชมป์รายการกอล์ฟอาชีพมาครองได้ในปี 1984 ในรายการ มาเลเซีย พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ แต่อาชีพนักกอล์ฟของเขาก็กลับเจอมรสุมลูกใหญ่ เมื่อเขาถูกโทษห้ามแข่งในรายการเอเชีย ทัวร์ในปี 1985 จากข้อกล่าวหาที่ระบุว่า เขาทำการตกแต่งสกอร์การแข่งขันเพื่อให้ผ่านการตัดตัว ซึ่งเขาก็ได้ปฏิเสธเรื่องนี้อย่างชัดเจน พร้อมกับชี้แจงว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันระหว่างผู้จดคะแนนกับตัวเขา

1985-1989 : กลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง

หลังจากเหตุการณ์ที่ยากลำบากดังกล่าว ซิงห์ ก็ได้ผันตัวเองจากวงการนักกอล์ฟอาชีพไปทำงานให้กับ "เดอะ เคนนิงเกา คลับ" ในรัฐซาบาห์ ประเทศ มาเลเซีย ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่ "เดอะ มิริ กอล์ฟ คลับ" ในรัฐสาราวัก ซึ่งทำให้เขาได้รับประสบการณ์ในเกมกอล์ฟมากขึ้น แถมยังสามารถเก็บเงินเพื่อผลักดันตัวเองเข้าสู่วงการกอล์ฟอาชีพอีกครั้งได้สำเร็จ และในปี 1988 ซิงห์ ก็สามารถคว้าแชมป์ ไนจีเรีย โอเพ่น มาครองได้ พร้อมกับจบฤดูกาลปีนั้นด้วยการผ่านเข้าสู่การแข่งขัน European Tour Qualifying school ซึ่งเป็นทัวร์นาเม้นต์บันไดสู่การเทิร์นโปร ได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และเขาก็ทำสำเร็จได้ในปีนี้

ในปี 1989 ซิงห์ คว้าแชมป์ได้ 4 รายการ ได้แก่ ไอวอรี่ โคสต์ โอเพ่น, ไนจีเรียน โอเพ่น และ ซิมบัมเว โอเพ่น รวมถึง แชมป์ยูโรเปี้ยนทัวร์ ในรายการ "Volvo Open Championship" ในอิตาลี ซึ่งทำให้เขารั้งอยู่ที่อันดับ 24 จากการจัดลำดับของ European Tour Order of Merit นอกจากนี้ ซิงห์ ยังจบอันดับที่ 23 ในรายการ บริติช โอเพ่น หลังจากนั้น เขาก็สามารถคว้าแชมป์ในรายการยูโรเปี้ยนทัวร์ ได้อีกครั้งในปี 1990 ก่อนที่จะมาทำได้ 2 ครั้งในปี 1992 ขณะที่ในทัวร์มาเม้นต์อื่นๆ อย่างใน เอเชีย และ แอฟริกัน ซิงห์ ก็สามารถคว้าแชมป์ได้อย่างมากมาย

1990-1996 : คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์ครั้งแรก

ซิงห์ เข้าร่วมการแข่งขันรายการ พีจีเอทัวร์ ในปี 1993 และคว้าแชมป์พีจีเอครั้งแรกในรายการ "Buick Classic" หลังสามารถเล่นเพลย์ออฟเอาชนะ Mark Wiebe มาได้ ซึ่งชัยชนะในครั้งนั้น ก็ส่งผลให้ ซิงห์ ได้รับรางวัลนักกอล์ฟดาวรุ่งยอดเยี่ยมในพีจีเอ ประจำปี 1993 แต่ถัดมาในปี 1994 เขาก็ต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่หลังและคอ จนส่งผลให้ชวดลงเล่นตลอดปี ก่อนที่ในปี 1995 ซิงห์ ก็สามารถกลับมาคว้าแชมป์รายการ  "Buick Classic" ได้อีกครั้ง รวมถึงคว้าแชมป์ ในรายการ "Phoenix Open" อีกด้วย และเมื่อเข้าสู่ปี 1996 ซิงห์ ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใดๆ เลย แต่

1997-2002 : คว้าแชมป์รายการใหญ่สุด

ในที่สุด ในปี 1997 เขาก็สามารถคว้าแชมป์ "Memorial Tournament" และ "the Buick Open" มาครองได้สำเร็จ ก้าวเข้าสู่ปี 1998 ซิงห์ ก็สามารถคว้าแชมป์รายการใหญ่สุดให้กับตัวเองได้เป็นครั้งแรก ในรายการ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ที่ ซาฮาลี, ซามามิช, วอชิงตัน สหรัฐฯ ก่อนที่ในปี 2000 เขาก็สามารถคว้าแชมป์ เดอะมาสเตอร์ส ได้สำเร็จ หลังเอาชนะ เออร์นี่ เอลส์ นักกอล์ฟชาวแอฟริกาใต้ มาได้ แต่ทว่าพอเข้าสู่ปี 2001 ซิงห์ กลับไม่สามารถคว้าแชมป์รายการพีจีเอทัวร์ได้เลย อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังรั้งมืออันดับท็อปเทน และทำเงินได้มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ในปีนั้นอีกด้วย และในปีถัดมา ซิงห์ ก็กลับมาคว้าถ้วยรางวัลได้อีกครั้งในรายการ "Shell Houston Open" พร้อมกับทำสถิติใหม่ให้กับทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าว โดยเล่นไป 72 หลุม ทำได้ 65 ก่อนที่จะมาคว้าแชมป์ในรายการ " Tour Championship" หลังเอาชนะ Charles Howell III มาได้

2003-2004 : ก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของโลก

ในที่สุด ซิงห์ ก็ก้าวเข้าสู่ช่วงชีวิตอาชีพนักกอล์ฟที่ดีที่สุดก็ว่าได้ โดยในปี 2003 โดยเขาสามารถคว้าแชมป์ได้ถึง 4 รายการ (Phoenix Open, the EDS Byron Nelson Championship, the John Deere Classic and the FUNAI Classic at the Walt Disney World Resort) แถมยังทำเงินรางวัลในรายการพีจีเอได้สูงสุดในปีนั้นอีกด้วย (มากเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์พีจีเอ) โดยเอาชนะ ไทเกอร์ วู้ดส์ นักกอล์ฟชื่อดังชาวสหรัฐฯมาได้ แม้ว่า ซิงห์ จะลงแข่งขัน 27 ทัวร์นาเม้นต์ มากกว่า วู้ดส์ ที่ลงเล่น 18 ทัวร์นาเม้นต์ ก็ตาม อย่างไรก็ดี ซิงห์ ก็ไม่ได้รับเลือกโหวตให้เป็น "PGA of America's Player of the Year" แต่กลายเป็น วู้ดส์ ที่ได้รับคะแนนเสียงไปมากกว่า

แม้ปี 2003 จะเป็นปีแห่งความสำเร็จของซิงห์ แต่เขาก็ต้องโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากกรณีที่ไปพูดจาไม่เหมาะสมให้กับ แอนนิกา โซเรนสตัม นักกอล์ฟหญิงชาวสวีเดน ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในรายการ "Bank of America Colonial" ร่วมกับนักกอล์ฟชาย โดยซิงห์ ให้สัมภาษณ์ในทำนองที่ว่า โซเรนสตัม ไม่สมควรที่จะเข้าร่วมแข่งขันในรายการนี้ เนื่องจากเป็นทัวร์มาเม้นต์สำหรับผู้ชาย พร้อมกับแสดงความเห็นว่าไม่ต้องการเล่นร่วมกับเธอ  ซึ่งหลังจากสื่อตีข่าวใหญ่โต ซิงห์ ก็ได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่า ทัวร์มาเม้นต์นี้ไม่ใช่ทัวร์นาเม้นต์ของผู้หญิง และยังมีนักกอล์ฟชายอีกหลายคนที่อยากทำการแข่งขัน ซึ่งถ้าโซเรนสตัมอยากเล่นในรายการของนักกอล์ฟชายจริง เธอก็ควรต้องทำการคัดเลือกเหมือนกับผู้เล่นรายอื่นๆ ไม่ใช่ได้สิทธิ์ผ่านเข้ามาโดยอัตโนมัติ

ซิงห์ ออกสตาร์ตในปี 2004 ได้อย่างสวยหรู ด้วยการคว้าแชมป์รายการ "AT&T Pebble Beach National Pro-Am" ซึ่งเป็นแชมป์พีจีเอรายการที่ 16 ของตัวเขา ก่อนที่เขาจะสามารถคว้าแชมป์รายการเมเจอร์ได้สำเร็จอีกครั้ง ในรายการ "PGA Championship" ซึ่งเป็นรายการเมเจอร์ที่ 3 ของตัวเอง หลังจากเล่นเพลย์ออฟเอาชนะ จัสติน เลียวนาร์ด และ คริส ดิมาร์โก มาได้ ด้วยสกอร์ 76 ซึ่งถือเป็นสกอร์ที่มากที่สุดในการแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์ นับตั้งแต่ปี 1955 เลยทีเดียว

หลังจากนั้น วงสวิงของซิงห์ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง โดยเขาคว้าแชมป์รายการ "Deutsche Bank Championship" มาครองได้อีกหนึ่งรายการ และจากชัยชนะในครั้งนั้นเอง ก็ทำให้ ซิงห์ ก้าวขึ้นมาเป็นนักกอล์ฟหมายเลข 1 ของโลกได้สำเร็จ  พร้อมกับหยุดสถิติของไทเกอร์ วู้ดส์ ที่ครองตำแหน่งเป็นมืออันดับ 1 ของโลก ยาวนานถึง 264 สัปดาห์ติดต่อกันอีกด้วย โดยซิงห์จบการแข่งขันในปี 2004 ด้วยการคว้าแชมป์อาชีพได้มากที่สุด นับตั้งแต่เทิร์นโปร ด้วยผลงานกวาดแชมป์ 9 รายการ นอกจากนี้ เขายังได้รับรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมของพีจีเอทัวร์ และ รางวัล PGA of America's Player of the Year อีกด้วย 

2005-ปัจจุบัน :

อย่างไรก็ตาม แม้ ซิงห์ จะคว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ออกสตาร์ทการแข่งขันช่วงต้นปี 2005 แต่เขาก็มีอันต้องสูญเสียตำแหน่งมือ 1 ไปให้กับ วู้ดส์ อีกครั้ง หลังจากที่ "พญาเสือ" สามารถคว้าแชมป์ "Ford Championship" ได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2005 แต่ทว่าเพียง 2 สัปดาห์ ซิงห์ ก็ทวงมือ 1 กลับคืนมาได้อีกครั้ง  แต่หลังจากที่ วู้ดส์ สามารถคว้าแชมป์ มาสเตอร์ส ได้ ซิงห์ ก็ต้องเสียตำแหน่งมือ 1 ไปให้กับ วู้ดส์ เป็นครั้งที่ 2 และเมื่อจบปีนั้น ซิงห์ ก็ทำได้แค่จบที่ 4 ของโลก อย่างไรก็ดี ซิงห์ ก็ถูกใส่ชื่ออยู่ใน World Golf Hall of Fame ส่งผลให้เขาเป็นนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดที่ยังมีชีวิตที่ได้มีชื่ออยู่ในหอเกียรติคุณดังกล่าว จากการโหวต โดยเขาได้ครองตำแหน่งนี้เป็นเวลา 1 ปี ก่อนที่จะถูกทำลายสถิติลงในเดือนตุลาคม ปี 2006

ในปี 2006 ซิงห์ ไม่ค่อยได้ลงทำการแข่งขันมากนัก แต่หลังจากเข้าสู่ปี 2007 เขาก็สามารถคว้าแชมป์แรกในปีนั้นได้สำเร็จ ในรายการพีจีเอทัวร์ "Mercedes-Benz Championship" ซึ่งส่งผลให้เขาเป็นนักกอล์ฟคนที่สองที่ทำเงินรางวัลได้ถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในรายการอาชีพพีจีเอ ต่อจาก ไทเกอร์ วู้ดส์ ที่เคยทำได้มาแล้ว และในตอนนี้ ซิงห์ ก็ถือเป็นนักกอล์ฟที่ไม่ใช่คนอเมริกันคนแรก ที่สามารถคว้าแชมป์ในรายการพีจีเอทัวร์ได้มากสูงสุดที่ 31 รายการ

ประเด็นถูกวิพาษ์วิจารณ์

ชื่อของ วีเจย์ ซิงห์ ตกเป็นข่าวใหญ่โตไปทั่ว ในปี 2003 ก่อนรายการกอล์ฟ “Bank of America Colonial”  จะเปิดฉากขึ้นซึ่งมี แอนนิก้า โซเรนสตัม นักกอล์ฟหญิงชื่อดัง ทำการแข่งขันร่วมกับนักกอล์ฟชาย โดยเขาไปทำการวิพาษ์วิจารณ์ โซเรนตัม ในทำนองว่าเธอไม่สมควรเข้าได้ร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ส่งผลให้สื่อต่างๆ ออกมาโจมตีและตำหนิคำพูดของ ซิงห์ อย่างหนักในช่วงนั้น

ในเดือนพฤษภาคม 2005 ซิงห์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตสันถวไมตรีคนแรกของฟิจิ  เนื่องในโอกาสที่เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ซึ่งในงานแถลงข่าว เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2005 ซิงห์ ก็ได้ออกมาเรียกร้องให้ ประชาชนทุกเชื้อชาติในประเทศฟิจิควรดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันโดยสันติ และมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันบนประเทศเล็กๆ แห่งนี้ 

ชีวิตส่วนตัว

ซิงห์ เกิดในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง แต่ก็ไม่ถือว่าร่ำรวยอะไรนัก โดยเฉพาะกับการเล่นกีฬาอย่างกอล์ฟซึ่งถือเป็นกีฬาของคนมีอันจะกินในสมัยนั้น แม้กระทั่งลูกกอล์ฟที่ใช้ตี เขาก็ยังต้องใช้ผลของลูกมะพร้าวมาตีแทน ซึ่งนี้อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เมื่อเขาโตขึ้น จึงลองหันไปเล่นกีฬาประเภทอื่น อย่างสนุ๊กเกอร์, คริคเก็ต, ฟุตบอล รวมไปถึง รักบี้ ซึ่งเป็นกีฬายอดฮิตในฟิจิ  

ปัจจุบัน ซิงห์ อาศัยอยู่ที่ ปอนเต เวดรา บีช, ฟลอริด้า ประเทศสหรัฐฯ อเมริกา กับภรรยาชาว มาเลเซีย นามว่า อาร์เดน่า เซธ โดย ทั้งคู่มีลูกชายด้วยกัน 1 คน คือ เคสส์ เซธ ซึ่งลืมตาดูโลก เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 1996

เกียรติยศที่เคยได้รับ

แชมป์อาชีพ (57 รายการ)
แชมป์พีจีเอทัวร์ : 31 รายการ (มากที่สุดเป็นอันดับที่ 15 จากทั้งหมด)
แชมป์ยูโรเปี้ยนทัวร์ : 12 รายการ
อื่นๆ : 14 รายการ)
ผลการแข่งขันในรายการเมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพ (ชนะ 3 ครั้ง)
มาสเตอร์ : 2000
ยูเอส โอเพ่น :1993
บริติช โอเพ่น : 2003
ส่วนตัว
พีจีเอแชมเปี้ยนชิพ : 1998, 2004
นักกอล์ฟดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี (พีจีเอทัวร์) : 1993
นักกอล์ฟที่ทำเงินสูงสุดแห่งปี (พีจีเอทัวร์) : 2003, 2004
นักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี (พีจีเอทัวร์) : 2004
วาร์ดอน โทรฟี่ : 2004
ไบรอน เนลสัน อวอร์ด : 2004

อัพเดตล่าสุด ณ วันที่ 20 กรกฎาคม 2551

 

 

 

ข้อมูลล่าสุด : @ 2013-10-09 14:21:47

สปอร์ตไอดอล

2014-06-24 17:29:40

เฟร็ด

Fred ...