logo
Save on hotels with HotelsCombined.com

ประวัติของ อองตวน กรีซมันน์

ชื่อ : อองตวน กรีซมันน์
เชื้อชาติ : ฝรั่งเศส
วันเกิด : 21 มีนาคม 1991
อายุ : 24 ปี
สถานที่เกิด : มาค่อน , ฝรั่งเศส
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสร : แอตเลติโก มาดริด

ประวัติ
     กรีซมันน์ เกิดที่เมือง มาค่อน ของประเทศ ฝรั่งเศส โดยเริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสรแถวบ้านเกิดของเขานั่นก็คือ ยูเอฟ มาค่อน ซึ่งตอนนั้นเขาเองก็กำลังอยู่ในวัยเรียน แต่ทว่า กรีซมันน์ ก็ได้ไปลองทดสอบฝีเท้ากับหลายๆสโมสรเพื่อที่จะกลายมาเป็นนักเตะอาชีพให้ได้ แต่ด้วยรูปร่างของเขาที่ดูตัวเล็กทำให้ทุกสโมสรได้ปฎิเสธที่จะดึงตัวเขาไปร่วมทีมในตอนนั้น


     ปี 2005 กรีซมันน์ ได้โอกาสเข้าไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสร มงเปลลิเยร์ ซึ่งเป็นการเล่นเกมอุ่นเครื่องของเยาวชนพบกับสโมสร ปารีสฯ โดยเกมนี้ กรีซมันน์ เล่นได้อย่างน่าประทับใจจนทำให้มีหลายต่อหลายสโมสรสนใจที่จะดึงตัวเขาไปร่วมทีม และมีอยู่หนึ่งทีมที่ส่งแมวมองมาดูแล้วติดใจในผลงานของ กรีซมันน์ ในเกมนี้จริงๆทำให้เขาเข้าหาตัว กรีซมันน์ อย่างจริงจังและได้เชิญให้ไปทดสอบฝีเท้าด้วย นั่นก็คือสโมสร เรอัล โซเซียดัด ที่ในตอนนั้นยังเล่นอยู่ใน ศึก เซกุนด้า ลีก ของสเปนอยู่เลย


     กรีซมันน์ ถูกเชิญไปร่วมทดสอบฝีเท้าด้วยประมาน 1 สัปดาห์ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำได้ดีจนทำให้ได้รับการดึงเข้าสโมสร โดยเขาก็ขอเวลาสโมสร 2 อาทิตย์ในการเตรียมตัวที่จะย้ายมาใช้ชีวิตใน สเปน ซึ่งครอบครัวของ กรีซมันน์ ก็ได้เดินทางตามมาด้วยเพราะในขณะนั้นเขายังดูเด็กเกินไปที่จะมาเผชิญโลกใหม่คนเดียว

เรอัล โซเซียดัด (2005-2014)
     เขาย้ายมาใช้ชีวิตใน สเปน ตั้งแต่ปี 2005 โดยเริ่มจากเล่นให้กับ เรอัล โซเซียดัด ในชุดเยาวชน ควบคู่ไปกับการเรียนในตอนนั้น โดยแบ่งเวลาช่วงเช้าไปเรียนก่อนที่จะกลับมาซ้อมฟุตบอลในตอนเย็น เขาต้องใช้เวลาถึง 4 ปีเลยทีเดียวในชุดเยาวชนในการพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาติดอยู่ในทีมชุดใหญ่


     ฤดูกาล 2009-2010 กุนซืออย่าง มาร์ติน ลาซาร์เต้ ได้เรียกตัว อองตวน กรีซมันน์ ขึ้นมาสู่ททีมชุดใหญ่โดยการหนีบไปเล่นในช่วงปรีซีซั่นด้วย ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้ ลาซาร์เต้ ต้องผิดหวังหลังจากจัดการซัดไปคนเดียว 5 ประตูจากการลงสนาม 4 นัด ก่อนที่จะได้รับอาการบาดเจ็บในเวลาต่อมา ซึ่งทำให้เขาพลาดการออกสตาร์ทในช่วงต้นของฤดูกาลไป
     2 กันยายน 2009 กรีซมันน์ ลงประเดิมสนามในสีเสื้อ เรอัล โซเซียดัด ในชุดใหญ่เกมแรกโดยเป็นการลงเล่นในศึก โคปา เดล เรย์ พบกับ ราโย บาเยกาโน่ โดยเขาถูกส่งลงสนามไปในนาทีที่ 77 ของเกม 27 กันยายน เขาได้โอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมแรกและยังสามารถประเดิมด้วยการทำประตูแรกในฟุตบอลอาชีพได้อีกด้วย ซึ่งเป็นการเอาชนะ ฮูเอสก้า ไปได้ 2-0 หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ต่อมา กรีซมันน์ ก็ซัดลูกที่ 2 ของตัวเองได้สำเร็จโดยเป็นการยิงใส่ ซาลามันก้า ช่วยให้ทีมเอาชนะไปได้ 2-0 โดยฤดูกาลนี้ถือว่า กรีซมันน์ มีส่วนสำคัญจริงๆที่ช่วยให้ เรอัล โซเซียดัด คว้าแชมป์ เซกุนด้า มาครองได้สำเร็จและเลื่อนชั้นสู่เวที ลา ลีกา ลีกของ เสปน


     8 เมษายน 2010 กรีซมันน์ ได้รับการเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพโดยเซ็นกันยาวถึง 5 ปีและมีค่าฉีกสัญญาสูงถึง 30 ล้านยูโร (1,118 ล้านบาท) โดยการที่เจ้าตัวมีค่าฉีกสัญญาสูงขนาดนี้เพราะในขณะนั้นมีทีมอย่าง โอลิมปิก ลียง , แซง-เอเตียน และ โอร์แซร์ ต้องการตัวเขาไปร่วมทีมเหมือนกัน ซึ่งหลังจากที่มีข่าวเซ็นสัญญากันไปที่เรียบร้อยทีมอย่าง แมนฯยู และ อาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่จากศึก พรีเมียร์ลีก ก็ออกมายอมรับว่าอยากได้ตัว กรีซมันน์ ไปร่วมทัพเช่นเดียวกัน
     29 สิงหาคม 2010 อองตวน กรีซมันน์ ลงประเดิมสนามในศึก ลา ลีกา ของสเปน เป็นเกมแรกโดยหลังที่เกมนี้จบลง กรีซมันน์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ''ต้องขอบคุณ เรอัล โซเซียดัด ที่ทำให้ฝันในวัยเด็กของผมมันเป็นจริง'' หลังจากพักเบรคทีมชาติ กรีซมันน์ ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังมีส่วนช่วยให้ เรอัล โซเซียดัด เอาชนะ เรอัล มาดริด ไปได้ 2-1 โดยทำ 1 แอสซิสต์ ให้กับ ราอูล ตามูโด้


     25 ตุลาคม กรีซมันน์ ทำประตูในศึก ลา ลีกา ได้สำเร็จ โดยเป็นเกมที่ เรอัล โซเซียดัด เอาชนะ ลา กอรุนญ่าไปได้ 3-0 ซึ่งเขาได้แสดงความดีใจหลังจากซัลโวประตูนี้ได้ด้วยการขึ้นไปขับรถที่นำมาจอดโชว์อยู่ข้างสนาม ก่อนที่สัปดาห์ต่อมาเขาก็จะทำประตูต่อเนื่องด้วยการยิงให้ทีมเอาชนะ มาลาก้า ไปได้ 2-1
     ฤดูกาล 2012-2013 ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งมันเป็นเกมชี้ชะตาว่า เรอัล โซเซียดัด จะได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก หรือไม่โดยจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2003 เลยทีเดียว ซึ่ง กรีซมันน์ ก็สามารถทำประตูและพาทีมเอาชนะไปได้


     ฤดูกาลต่อมา กรีซมันน์ ยังคงฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่องหลังซัดประตูอย่างสวยงามในเกม แชมป์เปี้ยนส์ ลีก กับ ลียง ช่วยให้ เรอัล โซเซียดัด ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มได้สำเร็จจากการเอาชนะ ลียง ไปได้ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 4-0 อองตวน กรีซมันน์ ลงสนามให้กับ โซเซียดัด ไปทั้งหมด 179 นัด ยิงไปได้ 46 ประตู

แอตเลติโก มาดริด (2014-ปัจจุบัน)
     28 กรกฎาคม 2014 แอตเลติโก มาดริด ยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาที่สูงถึง 30 ล้านยูโร ทันที เพื่อกระชากตัว อองตวน กรีซมันน์ จาก เรอัล โซเซียดัด มาร่วมทีมให้ได้ โดยจัดการเซ็นสัญญายาวกันถึง 6 ปีด้วยกัน เมื่อวันนี้ 29 กรกฎาคม 2014


     แน่นอนว่าการย้ายมายังถิ่น ''ตราหมี'' ของ กรีซมันน์ เขาก็กลายมาเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมในทันที และได้ลงประเดิมสนามเกมแรกในการพบกับ เรอัล มาดริด ในศึก ซุปเปอร์ โคปา 2014 ผลจบลงด้วยการเสมอกันไป 1-1 17 กันยายน กรีซมันน์ ทำประตูแรกในสีเสื้อ แอต.มาดริด ได้สำเร็จ โดยเป็นเกมในศึก แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ซึ่งยิงได้ในเกมที่พบกับ โอลิมเปียกอส แต่ทว่าท้ายที่สุดแล้ว แอต.มาดริด ก็แพ้ไป 2-3 ทว่า 1 พฤศจิกายน กรีซมันน์ ก็กดประตูแรกในลีกได้สำเร็จด้วยการยิงใส่ กอร์โดบ้า พาทีมเอาชนะไปได้ 4-2


     21 ธันวาคม 2014 อองตวน กรีซมันน์ จัดแฮตทริคแรกบนเกาะสเปนในสีเสื้อ ''ตราหมี'' โดยรัวใส่ทีมอย่าง แอธ.บิลเบา พาทีมเอาชนะไปได้ถึง 4-1 โดยทั้ง 3 ประตู กรีซมันน์ ทำได้ในขณะที่ยังไม่หมดครึ่งแรกเลยด้วยซ้ำ ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็สามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ ลา ลีกา ในเดือน มกราคม มาครองได้สำเร็จอีกด้วย


     25 เมษายน 2015 กรีซมันน์ ยังคงยิงประตูได้อย่างเนื่องพาทีมเอาชนะ เอลเช่ ไปได้ 3-0 โดยเกมนี้เขาซัดไปถึง 2 ประตูทำให้เขายิงรวมในเกมลีกไปแล้วถึง 22 ประตู มากที่สุดที่เคยมีนักเตะสัญชาติ ฝรั่งเศส ย้ายมาเล่นฤดูกาลแรกในศึก ลา ลีกา เลยทีเดียว


     18 ตุลาคม กรีซมันน์ ได้โคจรกลับมาพบกับทีมที่ถือว่าปลุกปั้นเขาขึ้นมาอย่าง เรอัล โซเซียดัด โดยเกมนั้น อองตวน กรีซมันน์ ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากแฟนบอลทั้งสองทีม ก่อนที่เขาจะสามารถซัดประตูทีมเก่าได้ ซึ่งเป็นลูกยิงที่สวยสดงดงามอีกด้วย จากการหลุดเข้าไปชิบข้ามตัวผู้รักษาประตูอย่าง เกโรนิโม่ รุลลี่ ในนาทีที่ 9 ส่งผลให้ แอต.มาดริด เอาชนะ ไปได้ 2-0 ซึ่งหลังจากการทำประตูได้เขาก็ให้เกียรติสโมสรเก่าด้วยการไม่แสดงอาการดีใจ และท้ายเกมเขาได้ให้สัมภาษณ์ในการกลับมาเยือนถิ่นเก่าว่า ''ผมไม่สามารถแสดงอาการดีใจได้หรอก ถึงแม้มันจะเป็นการยิงที่สวยงามขนาดไหน โซเซียดัด เป็นทีมที่ปลุกปั้นผมขึ้นมาผมไม่เคยลืมบุญคุณจากที่นี่แน่นอน'' ถึงตอนนี้ อองตวน กรีซมันน์ ลงสนามให้กับ แอต.มาดริด ไปแล้ว 54 นัด ยิงไปได้ 31 ประตู

ทีมชาติ
     กรีซมันน์ ติดทีมชาติฝรั่งเศสในรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งในตอนนั้นเขายังค้าแข้งให้กับ เรอัล โซเซียดัด อยู่ โดยเขามีชื่อติดไปในเกมอุ่นเครื่องกับ ยูเครน เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2010 7 มิถุนายน กรีซมันน์ ติดเป็น 1 ใน 18 นักเตะที่ไปลุยศึก ยูโร 2010 รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ซึ่งเขาก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่พา ฝรั่งเศส คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ โดยเขายิงไปได้ 2 ประตูและอีก 2 แอสซิสต์ หลังจากนั้นเขาก็ได้เล่นในกับทีมชาติ ฝรั่งเศส รุ่นอายุไม่เกิน 20-21 ปี มาเรื่อย โดยรวมแล้วเขาเล่นให้กับทีมชาติ ฝรั่งเศส ชุดเยาวชนไป 15 นัด ยิงได้ 7 ประตู


     พฤศจิกายน 2012 กรีซมันน์ ถูกแบนจากทีมชาติฝรั่งเศสชุด เยาวชน รวมถึงเพื่อนของเขาอีก 4 คน หลังจากที่หนีซ้อมและออกไปเที่ยวกลางคืนกัน
     27 กุมภาพันธ์ 2014 ในยุคของ ดิดิเยร์ เดอชองส์ กรีซมันน์ ถูกเรียกมาติดทีมชาติ ฝรั่งเศส ชุดใหญ่เป็นครั้งแรกโดยเขาได้ลงสนามในเกมอุ่นเครื่องที่พบกับ ฮอลแลนด์ โดย ฝรั่งเศส สามารถเอาชนะไปได้ในเกมนั้น 2-0
     13 พฤษภาคม กรีซมันน์ มีชื่อติดไปเล่นศึก ฟุตบอลโลก 2014 ด้วย โดยเขาทำได้ดีเลยทีเดียวในเกมที่พบกับ ปารากวัย หลังสามารถทำประตูแรกในนามทีมชาติได้สำเร็จแต่ทว่าผลดันจบลงด้วยการเสมอกันไป 1-1


     15 มิถุนายน เขามีชื่อติดมาลุย เวิลด์คัพ 2014 ด้วยโดยถูกส่งชื่อมาแทน ฟร้อง ริเบรี่ ที่มีอาการบาดเจ็บ ซึ่งเขาก็กลายเป็นตัวหลักของทัพ ''ตราไก่'' ในชุดนี้ ก่อนที่จะผ่านเข้าไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศและแพ้ให้กับ เยอรมัน ไป 0-1

เกียรติประวัติ
- แชมป์ เซกุนด้า : เรอัล โซเซียดัด , 2009-10
- แชมป์ ซุปเปอร์ โคปา : แอต.มาดริด , 2014
- แชมป์ ยูโร 2010 อายุไม่เกิน 19 ปี , ทีมชาติ ฝรั่งเศส
- นักเตะยอดเยี่ยมของ ลา ลีกา , เดือน มกราคม และ เมษายน
- ทีมยอดเยี่ยมของ ลา ลีกา ประจำฤดูกาล 2014-15
- นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฝรั่งเศส 2015

ข้อมูลล่าสุด : @ 2016-01-05 14:33:08

สปอร์ตไอดอล