logo
Save on hotels with HotelsCombined.com

ประวัติของ เปาโล เกร์เรโร่

ชื่อ : เปาโล เกร์เรโร่
เชื้อชาติ : เปรู
วันเกิด : 1 มกราคม 1984
อายุ : 31 ปี
สถานที่เกิด : ลิม่า , เปรู
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสร : ฟลาเมงโก้

ประวัติ
     เปาโล เกร์เรโร่ ศูนย์หน้าอีกหนึ่งรายที่ถูกจับตามองในศึก โคปา อเมริกา 2015 หนนี้หลังเพิ่งซัดแฮทริคมาได้ในเกมล่าสุดที่ เปรู เอาชนะ โบลิเวีย ไปได้ 3-1 ด้วยความนิ่งและความเฉียบคมของเขาถึงแม้จะมีอายุอานามถึง 31 ปีเข้าไปแล้ว แต่ เกร์เรโร่ ก็ยังแสดงให้เห็นว่าตัวเขายังมีพิษสงอยู่เสมอเมื่อได้บอลอยู่ในกรอบเขตโทษ


     ประวัติของ เกร์เรโร่ นี่ดูดีไม่ใช่ย่อยเลยทีเดียว หลังเจ้าตัวเคยค้าแข้งอยู่กับอีกหนึ่งทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค มาแล้ว เกร์เรโร่ เกิดที่เมือง ลิม่า ประเทศ เปรู และเริ่มฝึกฟุตบอลกับทีมละแวกบ้านเกิดอย่าง สโมสร อลิอันซ่า ลิม่า ทีมในลีกต่ำสุดของ เปรู และด้วยฟอร์มที่โดดเด่นของเขาเกินกว่านักเตะในละแวกนั้นทำให้สโมสรยักษ์ใหญ่จาก เยอรมัน อย่าง บาเยิร์น มิวนิค มาเห็นฟอร์มและก็สนใจในการดึงตัวเขาเข้าไปร่วมทีมในทันที


     เกร์เรโร่ ยังมีหนึ่งอย่างที่ถือว่าเป็นที่น่าสนใจมาก โดยเขาเป็นโรคกลัวเครื่องบินโดยมีสื่ออ้างว่า หลังจากที่ ลุงของเขา โจเซ่ กอนซาเลซ เสียชีวิตจากการตกของเครื่องบิน ในปี 1987 หลังจากนั้นทำให้ เกร์เรโร่ กลายเป็นคนที่กลัวการขึ้นเครื่องบินเอามากๆ

สโมสร บาเยิร์น มิวนิค (2003-2006)
     ในปี 2003 เกร์เรโร่ ได้รับการเซ็นสัญญากับทางสโมสร บาเยิร์น มิวนิค แต่ทว่าในขณะนั้นเขาถูกเซ็นสัญญาในฐานะนักเตะเยาวชนของสโมสรเท่านั้น ซึ่งเพียงแค่ฤดูกาลแรกในทีมเยาวชน เกร์เรโร่ โชว์ซัดไปคนเดียว 21 ลูกจากการลงเล่นทั้งหมด 23 นัด เรียกได้ว่าเป็นเครื่องจักรในการถล่มประตูชั้นยอดเลยทีเดียว ทำให้ในฤดูกาล 2004-2005 เขาก็ถูกเรียกขึ้นมาติดในทีมชุดใหญ่ของ บาเยิร์น มิวนิค ในทันทีซึ่งเป็นการเดินตามรอยของศูยน์หน้าชาว เปรู รุ่นพี่อย่าง เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ ที่อยู่ในทีมชุดใหญ่ของ บาเยิร์น มิวนิค แล้วก่อนหน้านั้น


     แต่ทว่าเส้นทางในทีมชุดใหญ่ของ เกร์เรโร่ นั้นดูจะไม่ดีเหมือนศูนย์หน้ารุ่นพี่ หลังเจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีเท่าที่ควรทำให้โอกาสในการลงสนามนั้นก็ลดน้อยลงไปด้วย โดยในทีมชุดใหญ่ของ บาเยิร์น มิวนิค เกอร์เรโร่ ได้รับโอกาสลงสนามไปทั้งหมด 27 นัด ยิงไปได้เพียง 10 ประตูเท่านั้น ซึ่งหลายคนอาจจะมองดูว่ามันก็เยอะ แต่ทว่าสำหรับทีมยักษ์ใหญ่ของศึก บุนเดสลีก้า แล้วพวกเขาต้องการมากกว่านี้ ทำให้ เปาโล เกร์เรโร่ ถูกปักป้ายขายโดยทันที

สโมสร ฮัมบูร์ก (2006-2012)
     มิถุนายน 2006 กลายเป็น ฮัมบูร์ก ที่ดึงตัว เปาโล เกร์เรโร่ มาร่วมทัพ โดยเซ็นสัญญาอยู่ด้วยกันไปจนถึงปี 2010 เลยทีเดียว ฤดูการแรกของเขากับ ฮัมบูร์ก ดูจะเปิดตัวได้ไม่สวยสักเท่าไหร่หลัง เกอร์เรโร่ ได้รับอาการบาดเจ็บไปครึ่งฤดูกาล และกลับมาได้อีกทีในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง แต่ทว่าเขาก็กลับมาได้ดีพอสมควรสำหรับครึ่งฤดูกาลหลังที่เหลืออยู่หลังเจ้าตัวซัดไปได้อีก 3 ลูกทำให้ฤดูกาลแรกกับ ฮัมบูร์ก เกร์เรโร่ ได้โอกาสลงสนามไป 20 นัดยิงไปได้ทั้งหมด 5 ประตู ซึ่ง 1 ในประตูที่เจ้าตัวน่าจะดีใจสุดๆก็คือการยิงประตูทีมเก่าของเขาอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ได้และยังทำให้ ฮัมบูร์ก สามารถเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2-1


     ฤดูกาลที่ 2 กับ ฮัมบูร์ก เกร์เรโร่ ได้โอกาสลงสนามมากขึ้น โดยได้ลงสนามไปถึง 29 นัดจาก 34 เกมในศึก บุนเดสลีก้า ยิงไปได้ทั้งหมด 9 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ ซึ่งเขาก็คว้าอันดับ 3 ดาวซัลโวสูงสุดประจำทีมมาครองโดยเป็นรอง ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท(12ประตู) อิวิก้า โอลิค(14ประตู)
     ทว่าอนาคตของเขาในวงการฟุตบอล เยอรมัน ต้องจบลงจนได้ เมื่อ เมษายน 2010 เกมนัดปิดฤดูกาลกับ ฮันโนเวอร์ เกร์เรโร่ ดันตบะแตกโยนขวดน้ำเข้าไปในกลุ่มแฟนบอลของตัวเอง แถมยังมีการเดินไปตะคอกใส่หน้าแฟนบอลซ้ำอีก ซึ่งเหตุผลน่าจะมาจากการที่เขาโดนตะโกนด่าจนทำให้ไม่พอใจ โดยสมาคมฟุตบอล เยอรมัน สั่งแบน เกร์เรโร่ ในเกมลีก 5 นัด และปรับเงินอีก 20,000 ยูโร ขณะค้าแข้งอยู่กับ ฮัมบูร์ก เกร์เรโร่ ลงเล่นไปทั้งหมด 134 นัด ยิงไปได้ทั้งหมด 37 ประตู

โครินเธี่ยนส์ (2012-2015)
     เปาโล เกร์เรโร่ ย้ายมาซบ โครินเธี่ยนส์ ในปี 2012 โดยเขาเปิดตัวกับ โครินเธี่ยนส์ ได้ดีพอสมควรหลังสามารถทำประตูได้ในศึก ชิงแชมป์สโมสรโลก ในเกมที่พบกับ อัล แอชลี่ย์ และ เชลซี ในปี 2013 เกร์เรโร่ กลายเป็นนักเตะชาว เปรู คนแรกที่ได้ขึ้นปกนิตยสารฟุตบอลของประเทศบราซิล ซึ่งตอนนั้น เกร์เรโร่ ถูกเปรียบดั่งกับนักรบในสนามฟุตบอลเลยทีเดียว


     ปี 2015 เกร์เรโร่ ดูเหมือนจะไม่มีความสุขในการอยู่กับ โครินเธี่ยนส์ โดยตัดสินใจไม่ยอมต่อสัญญากับทีม และลงเล่นเกมสุดท้ายให้กับ โครินเธี่ยนส์ ในเกมที่พบกับ ฟลูมิเนนเซ่ เมื่อ 24 พฤษภาคม ก่อนที่ทางต้นสังกัดจะยืนยันว่า เกร์เรโร่ เตรียมตัวย้ายออกจากสโมสรแน่นอนแล้วใน 3 วันต่อมา ขณะที่ค้าแข้งอยู่กับ โครินเธี่ยนส์ เกร์เรโร่ ได้โอกาสลงสนามไปทั้งหมด 59 นัด ยิงไปได้ 21 ประตู

ฟลางเมงโก้ (2015-ปัจจุบัน)


     หลังจากที่เจ้าตัวตัดสินใจเลือกที่ไม่ต่อสัญญากับ โครินเธี่ยนส์ ทำให้สโมสร ฟลาเมงโก้ อีกหนึ่งทีมจากประเทศ บราซิล คว้าตัว เกอร์เรโร่ มาครอง เมื่อ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่ทว่าจนถึงตอนนี้ เกร์เรโร่ ยังไม่ได้ลงสนามในสีเสื้อของ ฟลาเมงโก้ เลย หลังติดภารกิจรับใช้ทีมชาติ เปรู ในศึก โคปา อเมริกา อยู่ในขณะนี้


ทีมชาติ
     เปาโล เกร์เรโร่ ถูกเรียกตัวติดทีมชาติ เปรู ตั้งแต่ปี 2004 โดยลงเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2006 ก่อนที่จะทำประตูแรกในนามที่ชาติได้ในเกมที่พบกับ ชิลี และในเกมต่อมาเขาก็สามารถทำประตูได้อย่างต่อเนื่องในเกมที่พบกับ เอกวาดอร์ โดยสามารถยิงได้ในนาทีแรกของเกมเลยทีเดียว


     สำหรับฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก เกร์เรโร่ โดนโทษแบนจาก ฟีฟ่า ถึง 6 เกมด้วยกัน หลังจากที่เจ้าตัวไปต่อว่าและดูถูกผู้ตัดสินในเกมที่ เปรู พบกับ อุรุกวัย เมื่อ มิถุนายน 2008 ในศึก โคปา อเมริกา ปี 2011 ถือว่าเป็นหนึ่งในรายการฟุตบอลที่ เกร์เรโร่ มักทำผลงานได้ดี โดยในปีนั้น เกร์เรโร่ สามารถทำแฮทริคได้ด้วยในเกมนัดชิงที่ 3 กับ เวเนซูเอล่า พา เปรู เอาชนะไปได้ 4-1 ซึ่งในศึก โคปา อเมริกา 2015 หนนี้ เกร์เร่โร่ ก็เพิ่งโชว์ซัดแฮทริคได้อีกครั้ง ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ เปรู เอาชนะ โบลิเวีย ไปได้ 3-1 เปาโล เกร์เรโร่ ยิงประตูในนามทีมชาติไปแล้ว 24 ลูกจากการลงสนามทั้งหมด 61 นัด

เกียรติประวัติ
- แชมป์ บุนเดสลีก้า : 2004-05 , 2005-06
- เดเอฟเบ โพคาล : 2004-05 , 2005-06
- ยูฟ่า อินเตอร์โตโต้ : 2007
- แคมเปโอนาโต้ เปาลิสต้า : 2013
- เรโคปา ซูดาเมริกาน่า : 2013
- แชมป์สโมสรโลก : 2012

ข้อมูลล่าสุด : @ 2015-06-29 16:07:00

สปอร์ตไอดอล