logo
Save on hotels with HotelsCombined.com

ประวัติของ อันโตนิโอ ดินาตาเล่

ชื่อ : อันโตนิโอ ดินาตาเล่
เชื้อชาติ : อิตาลี
วันเกิด : 13 ตุลาคม 1977
อายุ : 37 ปี
สถานที่เกิด : นาเปลส , อิตาลี
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสร : อูดิเนเซ่

ประวัติ
     ในฤดูกาลนี้มีนักเตะหลายต่อหลายคนที่อยู่ในช่วงบั้นปลายชีวิตการค้าแข้งของพวกเขาแล้ว และก็เตรียมจะอำลาทีมที่ปักหลักลงเล่นมาหลายต่อหลายปี นักเตะที่เป็นเครื่องหมายของสโมสรมีอยู่หลายรายด้วยกันและแน่นอนว่า 1 ในนั้นต้องมี อันโตนิโอ ดินาตาเล่ ศูนย์หน้าชาว อิตาลี ขวัญใจแฟนบอล อูดิเนเซ่ อยู่ด้วยแน่นอน


     ซึ่งฤดูกาลนี้ ดินาตาเล่ ได้ออกมาประกาศแล้วว่าตัวเขาจะขอออกจากสโมสรอันเป็นที่รักอย่าง อูดิเนเซ่ ในฤดูกาลนี้ และมันก็เหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้นในสีเสื้อของ อูดิเนเซ่ สำหรับตัวเขา แฟนบอลคงคิดถึงผลงานของเขาอย่างสุดๆ หลัง ดินาตาเล่ ลงสนามให้ อูดิเนเซ่ ไปทั้งหมด 361 นัด ยิงไปได้ 189 ประตู

สโมสร เอ็มโปลี (1996-2004)
     อันโตนิโอ ดินาตาเล่ เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสร เอ็มโปลี ตอนนั้นเขามีอายุ 19 ปี ซึ่งในขณะนั้นเขาโชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยน่าประทับใจสักเท่าไหร่หลังถูกปล่อยให้สโมสรอื่นยืมตัวไปถึง 3 สโมสรด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น อิแปร์โซล่า ในฤดูกาล 1997-1998 วาเรเซ่ ในปี 1998 และ เวียเรจจิโอ ในฤดูกาล 1998-1999 แต่เมื่อเขาได้กลับมาจากการยืมตัว ดินาตาเล่ เริ่มพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นถึงความเก่งกาจของเขาจนได้ ในฤดูกาล 1999-2000 เขากลับมาเป็นตัวหลักให้กับ เอ็มโปลี และลงเล่นไปทั้งหมด 25 นัด ยิงไป 6 ประตู พา เอ็มโปลี จบอันดับ 9 ของตาราง เซเรีย บี


     ในปี 2002 ดินาตาเล่ พา เอ็มโปลี เลื่อนชั้นขึ้นสู่ เซเรีย อา ได้สำเร็จ หลังจบอันดับ 4 ของตารางเก็บไปได้ทั้ง 67 แต้ม โดย ดินาตาเล่ ยิงไปได้ทั้งหมด 16 ประตู แต่ทว่าเส้นทางใน เซเรีย อา ของ เอ็มโปลี ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะในฤดูกาล 2003-2004 เอ็มโปลี ต้องตกชั้นกลับไปเล่นใน เซเรีย บี อีกครั้ง แล้วด้วยฟอร์มที่ดูแล้วน่าเตะตาของ ดินาตาเล่ ทำให้สโมสรอย่าง อูดิเนเซ่ ตัดสินใจดึงตัวเขาไปร่วมทีม

สโมสร อูดิเนเซ่ (2004-ปัจจุบัน)
     ในฤดูกาลแรกของเขากับ อูดิเนเซ่ ถือว่าเป็นอะไรที่ท้าทายพอสมควรหลัง อูดิเนเซ่ มีศูนย์หน้ามากความสามารถอยู่แล้วถึง 2 คน ไม่ว่าจะเป็น วินเซนโซ่ ยาควินต้า และ ดาวิด ดิ มิเคลเล่ แต่ทว่า อันโตนิโอ ดินาตาเล่ ก็เข้ามาประสานงานกับ 2 คนนี้ได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร ซึ่ง ดินาตาเล่ ประเดิมฤดูกาลแรกกับ อูดิเนเซ่ ได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวหลังได้รับโอกาสให้ลงเล่นทั้งหมด 33 นัด ยิงไปได้ 7 ประตู


     ดินาตาเล่ ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ฤดูกาลเท่านั้นเขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมจนได้เมื่อปี 2007 และเขาก็ได้รับการต่อสัญญาออกไปในปีนี้ด้วย โดยสัญญาลากยาวไปหมดในปี 2012 เลยทีเดียว


     ฤดูกาล 2009-2010 ถือเป็นฤดูกาลทองของ ดินาตาเล่ เลยก็ว่าได้ หลังเขาเหมาไปคนเดียว 28 ลูกคว้าตำแหน่งดาวซัลโวของ เซเรีย อา มาครองได้สำเร็จ แถมในฤดูกาลนี้ ดินาตาเล่ ก็สามารถทำประตูใน เซเรีย อา ได้ครบ 100 ประตูได้สำเร็จ ทำให้เขาคว้าตำแหน่ง นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของ อิตาลี มาครองได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ดินาตาเล่ ยังคว้าตำแหน่งรองดาวซัลโวของยุโรปอีกด้วยหลังยิงประตูได้น้อยกว่า ลิโอเนล เมสซี่ เพียง 5 ลูกเท่านั้นในฤดูกาลนี้


     ฤดูกาล 2010-2011 ความร้อนแรงของ ดินาตาเล่ ยังคงต่อเนื่องหลังเขาถูกจับตามองว่าเป็น 1 ใน 3 กองหน้าที่ดีที่สุดเมื่อดูจากสถิติ โดยลงสนามไปทั้งหมด 36 เกม ยิงไป 28 ลูก เฉลี่ยแล้ว 0.78 ประตูต่อ 1 เกม เป็นที่ 3 ของยุโรป ซึ่งเป็นรองแค่ 2 นักเตะระดับโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ เท่านั้น และเป็นส่วนสำคัญที่พา อูดิเนเซ่ ทำอันดับไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ จนทำให้สโมสรยักษ์ใหญ่ของ อิตาลี อย่าง ยูเวนตุส สนใจในตัวเขาและอยากได้ไปร่วมทีม แต่ทว่า ดินาตาเล่ ก็ปฎิเสธไปโดยในทันที หลังจบฤดูกาลนี้เขาได้รับสัญญาจากทาง อูดิเนเซ่ เพิ่มอีก 2 ปีด้วยกัน

     ก่อนฤดูกาล 2013-2014 จะเริ่มขึ้น ดินาตาเล่ ถูกสโมสรจาก จีน อย่าง กวางโจว เอฟเวอร์เกรนด์ ติดต่อเข้ามาโดยให้ค่าตัว 10 ล้านยูโร(ประมาน 372 ล้านบาท) แต่แล้วข้อเสนอนี้ก็ถูกปฎิเสธไปอีกเพราะ ดินาตาเล่ เจ้าตัวออกมายืนยันเลยว่าเขาจะขออยู่กับ อูดิเนเซ่ ต่อไป 23 พฤศจิกายน 2014 ดินาตาเล่ ฉลองยิงประตูครบ 200 ลูกพอดีในเซเรีย อา แถมยังเป็นการลงเล่นนัดที่ 400 ของเขาในเซเรีย อา พอดีอีกด้วย


     2 กุมภาพันธ์ 2015 ดินาตาเล่ ได้รับข้อเสนอจาก นิวยอร์ค ซิตี้ อีก ด้วยค่าตัว 8 ล้านดอลล่าสหรัฐ(ประมาน 267 ล้านบาท) ซึ่งคราวนี้ ดินาตาเล่ ก็ออกมาพูดเช่นเดิมว่าเขาไม่รู้จักเลยสำหรับทีมที่ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวเขาเข้ามา เขาขออยู่ค้าแข้งกับทีมที่ยิ่งใหญ่อย่าง อูดิเนเซ่ ต่อไปดีกว่า การพูดของเขามันยิ่งทำให้แฟนบอล อูดิเนเซ่ รู้สึกใจหายเข้าไปทุกทีเมื่อจะถึงวันอำลาของศูนย์หน้ารายนี้
     และมันไม่น่าจะเป็นแค่แฟนบอล อูดิเนเซ่ เท่านั้นที่จะรู้สึกเสียดายเมื่อ ดินาตาเล่ ตัดสินใจอำลาศึกกัลโช่ เซเรีย อา นี้ เพราะ อันโตนิโอ ดินาตาเล่ จัดได้ว่าเป็น 1 ในกองหน้าที่ทำให้ เซเรีย อา มีสีสันขึ้นมามากเลยทีเดียวโดยเขาติด 1 ใน 10 ผู้ทำประตูมากที่สุดในเซเรีย อา จากการซัดไปได้ทั้งหมด 206 ประตู ให้กับ อูดิเนเซ่ และ เอ็มโปลี

 

ทีมชาติ
     อันโตนิโอ ดินาตาเล่ ถูกเรียกติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2002 ในยุคกุนซือ จิโอวานนี่ ตราปัตโตนี่ ในเกมที่ อิตาลี อุ่นเครื่องกับ ตรุกี
ยูโร 2008
     ปี 2006 โดยการเขามาคุมทีมชาติของกุนซือคนใหม่อย่าง โรแบร์โต้ โดนาโดนี่ เขาถูกเรียกตัวมาอีกครั้งในศึก ยูโร 2008 โดยในทัวร์นาเม้นท์นั้นดูไม่ค่อยเป็นที่น่าจดจำของ ดินาตาเล่ สักเท่าไหร่หลังเขายิงจุดโทษพลาดในเกมที่พบกับ สเปน ในรอบ 4 ทีมสุดท้าย


ฟุตบอลโลก 2010
     ภายใต้การคุมทัพ ''อัซซูรี่'' ของ มาร์เซลโล่ ลิปปี้ ดินาตาเล่ ได้สวมเสื้อหมายเลข 10 ลงสนามโดยเขาสามารถทำประตูได้ในเกมที่พบกับ ปารากวัย ก่อนจะมาทำประตูได้อีกครั้งในเกมที่พบกับทีมชาติ สโลวาเกีย

ยูโร 2012
     ดินาตาเล่ ก็ยังคงมีชื่ออยู่ภายใต้การทำทีมของ เซซาเร่ ปรันเดลลี่ โดยเขาถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในเกมที่พบกับทีมชาติ สเปน โดยเขาสามารถทำประตูได้ด้วยทำให้ผลจบลงด้วยการเสมอกันไป 1-1 ซึ่งหลังจากจบทัวร์นาเม้นท์นี้ อันโตนิโอ ดินาตาเล่ ก็ได้ประกาศอำลาทีมชาติในทันที โดยเขาลงเล่นให้กับทีมชาติ อิตาลี ไปทั้งหมด 42 นัด ยิงได้ 11 ประตู

เกียรติประวัติ
- รองแชมป์ ยูโร : 2012
- ดาวซัลโว เซเรีย อา : 2009-10 , 2010-11
- นักเตะยอดเยี่ยมของอิตาลี : 2010
- นักเตะยอดเยี่ยมจากการโหวตของผู้สื่อข่าวอิตาลี : 2011
- ติดทีมยอดเยี่ยมของ เซเรีย อา : 2010-11 , 2011-12 , 2012-13
- ดาวซัลโว โคปา อิตาเลีย : 2014-15

ข้อมูลล่าสุด : @ 2015-05-25 16:04:55

สปอร์ตไอดอล