logo
Save on hotels with HotelsCombined.com

ข่าวล่าสุดของ ชาร์ลี ออสติน

Charlie Austin

     คริส แรมซี่ย์ ผู้จัดการผิวสีชาวอังกฤษของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ยอมรับว่าเขากังวลใจไม่น้อยที่ทีมของเขาอาจต้องสูญเสีย ชาร์ลี ออสติน หัวหอกจอมซัลโวของทีมไปหลังจบฤดูกาลนี้ หลังมีทีมใหญ่ในลีกจ้องคว้าตัวในช่วงซัมเมอร์ แต่ก็เชื่อว่าทีมต่างๆ ต้องจ่ายค่าตัวมหาศาลหากคิดจะซื้อ ออสติน ไปใช้งาน

     "พวกเราคงโง่มากถ้าจะไม่กังวลใจเลยในการที่เราจะสูญเสีย ออสติน ไป เราหวังว่าเราคงไม่เป็นแบบนั้น และเราดีใจกับฟอร์มของเขาที่ทำให้ทีมอื่นๆ ต่างสนใจอยากได้ตัว"

     "เขาเป็นหนึ่งในดาวยิงชั้นยอด มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมว่าเขาจะอยู่หรือไป เพราะกองหน้าชั้นยอดล้วนมีค่าตัวแพงๆ ทั้งนั้น"

     "เขาตระหนักดีว่ามีโอกาสมาให้หาเขาในช่วงตลาดซื้อขาย และเขาก็ตอบแทนเราด้วยฟอร์มการยิงประตูเพื่อตอบแทนความเชื่อมั่นที่ทีมคว้าตัวเขามา"

     "เขายังคงเล่นได้เหมือนที่เขาพยายามพิสูจน์ตัวมาโดยตลอด"

ประวัติของ ชาร์ลี ออสติน

ชื่อ : ชาร์ลี ออสติน
เชื้อชาติ : อังกฤษ
วันเกิด : 5 กรกฎาคม 1989 
อายุ : 25 ปี
สถานที่เกิด : ฮังเกอร์ฟอร์ด , อังกฤษ
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสร : ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส

 

ประวัติ
     ออสติน เกิดที่เมือง ฮังเกอร์ฟอร์ด รัฐ เบิร์คเชียร์ โดยเริ่มฝึกฟุตบอลกับทีมเยาวชนของ เร้ดดิ้ง จนอายุ 15 ปี เขาได้เล่นให้กับทีมท้องถิ่นอย่าง คินท์บิวรี่ เรนเจอร์ส และสามารถโชว์ฟอร์มการยิงประตูได้อย่างดุดันโดยลงสนามไป 27 นัดยิงได้ 20 ประตู ทำให้ในปี 2008 เขาก็ได้ย้ายไปร่วมทีมของเมืองเกิดอย่าง ฮังเกอร์ฟอร์ด ทาวน์ ทว่าเขาดูไม่โดดเด่นเท่าไหร่นักเมื่อเล่นให้กับทีมบ้านเกิดของตนเอง เพราะ ออสติน ลงเล่นไปทั้งหมด 30 นัดยิงไปได้เพียง 5 ลูกเท่านั้น ก่อนที่ครอบครัวของเขาจะตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ บอร์นมัธ ทำให้ ออสติน ต้องไปเล่นให้กับทีมระแวกนั้นแทน และนั่นก็คือทีม พูล ทาวน์ ซึ่งที่นี่ก็เหมือนกับทำให้ ออสติน กลับมาฉายแววเจิดจรัสอีกครั้งด้วยฟอร์มการระเบิดประตูที่ยอดเยี่ยมจากการยิงไปทั้งหมด 48 ลูก กับการลงสนาม 42 นัด ระหว่างนั้นเขาได้ถูก สโมสร บอร์นมัธ เชิญตัวไปทดสอบฝีเท้าแต่ทว่ากุนซือในตอนนั้นอย่าง เอ็ดดี้ ฮาวย์ ยังไม่เห็นแววอันเจิดจรัสของเขาเลยปฎิเสธไป


     ทว่า ออสติน ไม่ได้รับความสนใจจากแค่ สโมสรเดียวเท่านั้นยังมีอีก 1 ทีมอย่าง สวินดอน ทาวน์ ที่ให้ความสนใจในตัวเขาและเชิญตัวไปทดสอบฝีเท้า ซึ่ง ชาร์ลี ออสติน ก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เมื่อในเกมทดสอบฝีเท้าเขาจัดการเหมาคนเดียว 4 ประตู จนทำให้ต้นสังกัดอย่าง สวินดอน ไม่ลังเลเลยที่จะจับเขาสัญญาเข้าเป็นนักเตะในทีม

สโมสร สวินดอน ทาวน์ (2009-2011)
     ชาร์ลี ออสติน เปิดตัวกับ สวินดอน ทาวน์ ด้วยการลงเล่นให้กับทีมสำรอง ในเกมพบกับ สวอนซี ซึ่งเขาก็สามารถกดแฮตทริกได้เลยในเกมนี้ ซึ่งหลังจากจบเกมเขาก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับ สวินดอน ทันที ซึ่งเกมแรกอย่างเป็นทางการในทีมชุดใหญ่กับ สวินดอน เกิดขึ้นในเกม ลีก โทรฟี่ย์ ซึ่งนัดนั้นจบลงด้วยผลเสมอกับ เอ็กเซเตอร์ ไป 1-1 21 พฤศจิกายน 2009 ออสติน ยิงประตูแรกอย่างเป็นทางการให้กับต้นสังกัดได้สำเร็จในเกมที่บุกไปเยือน คาร์ไลส์ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเพียงฤดูกาลเดียวที่นี่เขาก็สามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวด้วยผลงานการเปิดตัว 11 นัด ยิงไป 10 ประตู ช่วยให้ สวินดอน ได้เข้าไปเล่นถึงนัดชิงชนะเลิศเพลย์ออฟเลื่อนชั้นแต่ทว่าก็ทำได้ดีที่สุดแค่นัดชิงเมื่อต้องแพ้ให้กับ ชาร์ลตัน ต้องเล่นอยู่ในลีกวันต่อไป แต่อย่างน้อยเขาก็ได้รางวัลตอบแทนในทันทีด้วยสัญญาอีก 2 ปีครึ่ง เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2010 จบฤดูกาลแรกของเขากับ สวินดอน ออสติน ยิงไปทั้งหมด 20 ประตูจาก 32 เกม 


     ต่อจากนั้นเขาก็ลงเล่นในฤดูกาลที่ 2 และออกสตาร์ทได้เยี่ยมเช่นเคยเมื่อผ่านไปครึ่งฤดูกาล 27 เกม ออสติน ก็ยิงไปแล้วถึง 17 ประตู ทำให้ตอนนั้นมีทีมจาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ สนใจในตัวเขาหลายทีมมากในช่วงตลาดซื้อขายเปิดตัวขึ้น โดยมี อิปสวิช ทาวน์ กับ เบิร์นลี่ย์ ที่ดูจะให้ความสนใจในตัวเขาอย่างจริงจังที่สุด ซึ่งตอนแรกเขาเกือบจะได้ย้ายไปอยู่กับ อิปสวิช ทาวน์ แล้วหลังจากทางต้นสังกัดตกลงค่าตัวกันเรียบร้อย แต่เนื่องด้วยสัญญาส่วนตัวไม่เป็นที่น่าพอใจ ทำให้สุดท้ายแล้วเป็น เบิร์นลี่ย์ ที่คว้าตัว ชาร์ลี ออสติน ไปล่าตาข่ายได้สำเร็จ ขณะค้าแข้งอยู่กับ สวินดอน ทาวน์ เขาลงสนามไปทั้งหมด 54 เกม และยิงไปได้ 31 ประตู

สโมสร เบิร์นลี่ย์ (2011-2013)
     28 มกราคม 2011 ชาร์ลี ออสติน ตกลงสัญญาอยู่กับ เบิร์นลี่ย์ เป็นระยะเวลา 3 ปีครึ่ง โดยคราวนี้เขาเปิดตัวไม่สวยนักเมื่อเกมนัดแรกที่ลงเล่นทีมบุกไปแพ้ให้กับ ดอนคาสเตอร์ 0-1 แต่ถึงอย่างไรก็ตามฤดูกาลแรกของเขาในระดับลีกที่สูงขึ้นถือว่าสอบผ่านเมื่อเขายิงไปได้ทั้งหมด 16 ประตูในฤดูกาลนี้และเป็นดาวซัลโวประจำทีมอีกด้วย ยิ่งฤดูกาลที่ 2 ที่นี่เขาก็ยิ่งดุดันขึ้นเรื่อยๆเมื่อจบฤดูกาลนี้เขากระหน่ำไปถึง 23 ประตูด้วยกันสำหรับในลีก ซึ่ง ออสติน ถือว่ากลายเป็นนักเตะที่แฟนๆ เบิร์นลี่ย์ ต้องจำจดเลยทีเดียวเพราะเขาเป็นหนึ่งในนักเตะไม่กี่คนของสโมสรที่ทำประตูถึง 20 ลูกได้ไวที่สุดเพราะมันเพิ่งผ่านไปเพียงแค่ 17 เกมเท่านั้นตอนที่เขายิงได้ ทำให้เหล่าบรรดาทีมเล็กๆในพรีเมียร์ลีกก็เริ่มที่จะมาสนใจในตัวเขาแล้วในเวลานี้ 


     8 กรกฎาคม 2013 เบิร์นลี่ย์ ตัดสินใจที่จะปล่อยเขาให้กับทางด้าน ฮัลล์ ซิตี้ แต่ทว่าก็เหมือนโชคไม่ข้างเพราะก่อนหน้านั้นเขาได้รับอาการบาดเจ็บมา จนทำให้ผลการตรวจร่างกายกับ สโมสร ฮัลล์ ซิตี้ ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2013 บอกว่าเขาเป็นนักเตะที่ สโมสร ไปควรไปเสี่ยงด้วย ฮัลล์ เลยปฎิเสธที่จะมอบสัญญาให้กับ ออสติน ในที่สุด ขณะที่เล่นอยู่กับ เบิร์นลี่ย์ ออสติน ยิงไปได้ทั้งหมด 41 ประตูจากการลงเล่น 82 นัด

สโมสร ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส (ปัจจุบัน)
     ทำให้ ออสติน อดเลื่อนขั้นตัวเองขึ้นมาแจ้งเกิดในพรีเมียร์ลีกโดยเขาตัดสินใจย้ายจาก เบิร์นลี่ย์ มาอยู่กับ ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส เมื่อ 1 สิงหาคม 2013 ด้วยค่าตัว 4 ล้านปอนด์(ประมาน 196 ล้านบาท) โดยเขาก็สามารถประเดิมด้วยการทำประตูในทันทีตั้งแต่เกมแรกในศึก ลีกคัพ ช่วยให้ทีมเอาชนะ เอ็กเซเตอร์ ไปได้ และประตูแรกในลีกของเขากับต้นสังกัดใหม่ก็เกิดขึ้นจนได้เมื่อ 28 กันยายน 2013 โดย ออสติน สามารถยิงประตูชัยให้ทีมเอาชนะ เบอร์มิงแฮม ไปได้ 1-0 และฤดูกาล 2013-14 ออสติน ก็ช่วยให้ ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส เลื่อชั้นขึ้นมาสู่เวทีพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในฤดูกาลถัดมา


     6 ธันวาคม 2014 เกมสำคัญของ ออสติน ก็เกิดขึ้นเมื่อเขาต้องลงเล่นพบกับทีมเก่าอย่าง เบิร์นลี่ย์ ซึ่งเขาก็เหมาคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ คิวพีอาร์ เอาชนะตันสังกัดเก่าของเขาไปได้ 2-0 แต่ทว่าในเกมนี้ ออสติน ก็ดันโดนไล่ออกจากสนามหลังจากโดนใบเหลือง 2 ใบ แถม 2 สัปดาห์ต่อมา ชาร์ลี ออสติน ก็โชว์กดแฮตทริกแรกในพรีเมียร์ลีกได้เป็นที่เรียบร้อยในเกมที่พบกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เดือนธันวาคมนี้ถือว่าเป็นเดือนทองของเขาเลยเมื่อเจ้าตัวคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีกไปครองด้วยฟอร์มการลงสนาม 5 นัดยิงไป 5 ประตู ทำให้ถึงตอนนี้แล้ว ชาร์ลี ออสติน ลงเล่นให้กับทาง ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส ไปทั้งหมด 58 นัด ยิงไปได้ถึง 34 ประตูด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าด้วยอายุอานามของเขาและฟอร์มการถล่มประตูที่คงเส้นคงวาน่าจะทำให้เขากลายเป็นศูนย์หน้าเบอร์ต้นๆอีกหนึ่งคนของเวทีพรีเมียร์ลีกอย่างแน่นอน

เกียรติประวัติ
- นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน ธันวาคม 2014 ของศึก พรีเมียร์ลีก

ข้อมูลล่าสุด : @ 2015-03-14 12:15:55

สปอร์ตไอดอล