logo
Save on hotels with HotelsCombined.com

ข่าวล่าสุดของ ฆวน มาต้า

      ฆวน มาต้า กองกลางตัวหลักของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเชิญชวน ให้เหล่านักฟุตบอลระดับชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก ลองมาสัมผัสประสบการณ์กับการลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ดูบ้าง

      แข้งทีมชาติสเปนย้ายมาเล่นในอังกฤษครั้งแรกกับ เชลซี เมื่อปี 2011 ก่อนจะโยกมาค้าแข้งในถิ่น โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ช่วงเดือนมกราคมปี 2014 และสามารถทำผลงานได้ดี จนสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของปีศาจแดงมาครองได้ จนถึงปัจจุบัน

      "ผมสนุกกับทุกสิ่งที่เกี่ยวกับฟุตบอลในประเทศนี้" มาต้า กล่าวกับ The Mirror "ผมมีความสุขทุกนาทีตลอดช่วงเวลากว่า 4 ปีที่ได้ลงเล่นฟุตบอลในอังกฤษ"

      "ผมคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากที่ได้ลงเล่นฟุตบอลที่นี่ ผมจึงอยากจะแนะนำให้ผู้เล่นฝีเท้าดีจากทั่วโลก ลองมาค้าแข้งใน พรีเมียร์ลีก ดูบ้างอย่างน้อยหนึ่งฤดูกาล แล้วคุณจะได้สัมผัสกับสิ่งดีๆอย่างไม่น่าเชื่อแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับความเคารพอย่างสูงจากแฟนบอล ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบมากๆ"

ประวัติของ ฆวน มาต้า

ชื่อเต็ม : ฆวน มานูเอล มาต้า
วันเกิด :  28 เมษายน 1988
สัญชาติ : สเปน
ส่วนสูง : 170 ซ.ม
น้ำหนัก : 63 กก
สโมสรปัจจุบัน : แมนฯ ยูไนเต็ด 
 
หมายเลขเสื้อ : 7
ตำแหน่ง : กองกลางตัวรุก 
 
สโมสรอาชีพ
 
2006-2007 : เรอัลมาดริด เบ 
2007-2011 : บาเลนเซีย
2011-2014 : เชลซี
2014-ปัจจุบัน : แมนฯ ยูไนเต็ด
 
ทีมชาติสเปน
 
2006-2007 : สเปนชุด ยู-19
2007 : สเปนชุด ยู-20
2007-2009 : สเปนชุด ยู-21
2009-ปัจจุบัน : สเปน (ชุดใหญ่)
 
ประวัติการค้าแข้ง 
 
     ฆวน มานูเอล มาต้า การ์เซีย หรือชื่อ ฆวน มาต้า ที่คุ้นเคย เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน 1988 ปัจจุบันโยกมาค้าแข้งกับสโมสรแมนฯ ยูไนเต็ด และเป็นผู้เล่นทีมชาติสเปน ตำแหน่งถนัดของแข้งร่างเล็กก็คือกองกลางตัวรุก แต่เจ้าตัวสามารถโยกไปเล่นริมเส้นได้ในบางครั้ง ทั้งนี้มาต้า เริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพกับเรอัล โอเบียโด ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานที่ที่เขาเติบโตขึ้นมา 

 
    เมื่ออายุ 15 ปี เขาเซ็นสัญญากับเรอัล มาดริด และเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในทีมเรอัล มาดริด เบ ซึ่งระหว่างฤดูกาล 2006-07 กองกลางจอมเทคนิคสามารถกดไปถึง 10 ประตู ถึงเขาจะทำผลงานได้โดดเด่นในทีมเบ ทว่า มาต้า ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ แบรนด์ ชูสเตอร์ ที่เป็นเฮดโค้ชเรอัล มาดริด ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมคู่แข่งในลา ลีกาอย่างบาเลนเซียในปี 2007-2008 
 
     มาต้า เป็นแกนหลักของทีมในทันที ซึ่งจอมทัพฉบับกระเป๋า ได้ลงสนามต่อเนื่องรวม 24 นัดในลีกฤดูกาลแรก ทำได้ 5 ประตู รวมถึง 2 ประตูในรอบตัดเชือกศึกโคปา เดล เรย์ ที่เอาชนะบาร์เซโลน่า และนัดชิงฯ ซึ่งช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ ด้วยการอัดเกตาเฟ่ 3-1 นอกจากนี้ เขาได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร อีกทั้ง มาต้ายังได้ลงสนามเป็นตัวสำรองในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกที่เสมอเชลซี 0-0 

 
     ในเดือนธันวาคม 2007 ฤดูกาลถัดมา เขาลงเล่นเกือบทุกเกม พลาดเกมในลีกไปเพียงนัดเดียว ทำเพิ่มได้อีก 10 ประตู และถูกเรียกติดทีมชาติสเปน ในเดือนมีนาคม 2009 และผลงานในการสร้างสรรค์ประตูในฤดูกาลต่อมา ทำให้เขาได้อยู่ในทีมชาติสเปนชุดแชมป์โลกปี 2010 ด้วย ซึ่งเขาได้ลงสนามนัดเดียว เป็นตัวสำรองแทนที่ เฟร์นานโด ตอร์เรส
 
เพลย์เมคเกอร์ร่างเล็กลงสนามอีก 33 นัดในฤดูกาลสุดท้ายของเขากับบาเลนเซีย ท่ามกลางข่าวลือเรื่องการย้ายทีมไปเล่นในต่างแดน สุดท้ายเขาเลือกย้ายมาเล่นในลอนดอนตะวันตก หลังทำผลงานได้น่าประทับใจในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปยู 21 ที่เดนมาร์ก เขาเป็นกัปตันของสเปนและพาทีมคว้าแชมป์ รวมถึงได้โหวตให้ติดทีมยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนท์นี้ 
 
มาต้า ตัดสินใจย้ายทีมมาหาความท้าทายใหม่ๆ หลังเล่นในถิ่นเมสตาย่า 4 ปี เขายิงไป 43 ประตูจาก 179 เกม ซึ่ง มาต้า ได้พูดคุยกับ อังเดร วิลลาส โบอาส เทรนเนอร์เชลซี ในช่วงเวลาดังกล่าว และเชื่อว่าสแตมฟอร์ด บริดจ์คือสถานที่ที่เหมาะกับเขา แม้ว่าจะได้รับความสนใจจากสโมสรอื่นก็ตาม
 
     มาต้า เป็นผู้เล่นชาวสเปนคนที่ 3 ที่ย้ายมาร่วมทีมเชลซีในปี 2011 ต่อจากเพื่อนร่วมทีมชาติที่คว้าแชมป์โลกมาด้วยกันอย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส และ โอริโอล โรเมอู ที่ย้ายมาจากบาร์เซโลน่าเมื่อต้นเดือนสิงหาคมปี 2011 เดิมทีเขาเล่นเป็นปีกซ้าย ต่อมาเขาขยับมาเล่นตรงกลาง และตั้งเป้าไว้ว่าจะปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลอังกฤษอย่างรวดเร็ว ยอสซี่ เบนายูน ที่กำลังจะย้ายออกไปเล่นให้อาร์เซน่อลแบบยืมตัว ยกเสื้อหมายเลข 10 ให้กับเขา

 
     วันที่ 21 สิงหาคม 2011 บาเลนเซีย แถลงการณ์ปล่อย มาต้า ออกไปอยู่กับเชลซี ด้วยค่าตัว 23.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1292 ล้านบาท) มิดฟิลด์เลือดกระทิงดุ เปิดตัวได้อย่างน่าประทับใจ พร้อมกับลงเป็นตัวสำรองในเกมกับนอริช ซิตี้ และทำประตูปิดกล่องในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้ "สิงห์บลูส์" ชนะ 3-1
 
     วันที่ 29 ตุลาคม 2011 มาต้า ผ่านบอลให้เพื่อนทำประตู ซึ่งเป็นการฉลองประตูที่ 6 พันของสโมสรพอดี ทั้งนี้ในยุคของ โบอาส ด้าน มาต้า จะหนักไปทางเล่นริมเส้นซะเยอะ กระทั่งการเข้ามาของ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ในช่วงต้นปี 2012 ส่งผลให้ ดาวเตะสแปนิช หุบเข้ามาเล่นตรงกลางมากขึ้น 

 
     จากนั้นผลงานของ มาต้า ก็ทะยานขึ้นแบบหยุดไม่อยู่ และพาทีมคว้าแชมป์ได้ถึง 2 รายการคือเอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2012 โดยในนัดชิงชนะเลิศถ้วยยุโรป เขาเป็นคนทำแอสซิสต์ให้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา โขกตีเสมอบาเยิร์น มิวนิค ในนาทีที่ 88 จากลูกเตะมุม สุดท้ายเชลซีก็คว้าแชมป์ไปครองด้วยการดวลจุดโทษ จากผลงานอันยอดเยี่ยม ทำให้เขาได้รับการโหวตจากแฟนๆ ให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรด้วย
 
     ฤดูกาล 2012-13 มาต้า ยังคงรักษามาตรฐานการเล่นเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม แม้เชลซีจะตกรอบแบ่งกลุ่มในแชมเปี้ยนส์ ลีก พลาดโอกาสป้องกันแชมป์ แต่พวกเขาก็ยังสามารถคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก มาครองได้ และมาต้าก็ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรไปครองอีกครั้งด้วย ถือว่าเป็นการได้รางวัลนี้ 2 ปีติดต่อกันเลยทีเดียว

 
      ซีซั่น 2013-14 เชลซีได้กุนซือใหม่หน้าเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาทำทีมอีกครั้ง และหวยก็มาตกอยู่ที่ มาต้า ซึ่งไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ "เดอะ แฮปปี้วัน" อย่างหน้าตาเฉย ทำให้โอกาสลงสนามของเจ้าก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ  และด้วยความที่เขาต้องนั่งสำรองอยู่บ่อยครั้ง จึงทำให้มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมออกมาตลอด จนกระทั่งวันที่ 24 มกราคม 2014 มูรินโญ่ก็ได้ออกมาบอกด้วยตัวเองว่าเชลซีตอบรับข้อเสนอขอซื้อตัวมาต้าจากทางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 37.1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2040.5 ล้านปอนด์) พร้อมกับทำลายสถิติค่าตัวสูงสุดของสโมสรแมนฯ ยูไนเต็ด อีกด้วย หลังจาก ริโอ เฟอร์ดินานด์ เคยสร้างสถิติสโมสรไว้ที่ 29.1 ล้านปอนด์ (1600.5 ล้านบาท) ไว้เมื่อปี 2003 
 
      เขาลงสนามเปิดตัวเป็นเกมแรกพบกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในวันที่ 28 มกราคม และสามารถทำแอสซิสได้หนึ่งครั้ง ช่วยให้ทีมเอาชนะไปได้ 2-0 ซึ่งประตูแรกของเขากับต้นสังกัดใหม่เกิดขึ้นในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกถล่ม แอสตัน วิลล่า 4-0 และจบฤดูกาลนั้นด้วยการยิงไปทั้งหมด 6 ลูกในลีก

      มาต้า เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยฟอร์มที่สวยหรู ด้วยการซัดประตูตีเสมอ ซันเดอร์แลนด์ 1-1 ตามมาด้วยการยิงหนึ่งลูกในเกมที่ถล่ม คิวพีอาร์ 4-0 ก่อนจะถูกจับดองโดย หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือของทีม
      หลังจากนั้นเขาได้ต่อสู้เพื่อกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงให้ได้ จนกระทั่งสามารถกลับมาเป็นตัวจริงได้อีกครั้ง โดยเฉพาะในศึกแดงเดือดที่ มาต้า สวมบทฮีโร่ยิงคนเดียวสองประตูให้ทีมเอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ซึ่งหลังเกม เจ้าตัวกล่าวว่านี่เป็นฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของเขากับสโมสรแห่งนี้
 
ข้อมูลล่าสุด : @ 2016-01-15 16:15:14

สปอร์ตไอดอล