logo
Save on hotels with HotelsCombined.com

ประวัติของ อลัน สมิธ

 alan smith

อลัน สมิธ

"อริสมันต์" อลัน สมิธ เริ่มเข้าสู่วงการฟุตบอลด้วยการเข้าฝึกซ้อมกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุได้ 10 ขวบ และเขาก็ได้เล่นฟุตบอลมาเรื่อยๆ จนกระทั่งติดทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 16 ปี และด้วยการพัฒนาในทักษะและความสามารถของเขา ทำให้ ลีดส์ จับเซ็นสัญญานักเตะอาชีพกับตำแหน่งศูนย์หน้าในเดือนมีนาคม 1998

สมิธ สามารถทำประตูได้ในนัดแรกที่เขาลงเล่นให้กับทีมในนัดที่พบกับ ลิเวอร์พูล ในเดือนกันยายนปี 1998 และทำให้เขากลายเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งศูนย์หน้าคู่กับ จิมมี่ ฟรอยด์ ฮัสเซลแบงค์ ช่วยกันถล่มประตูด้วยความกระหาย และเล่นเกมรุกอย่างเต็มที่ การเล่นที่ค่อนข้างรุนแรงและใจร้อนของเขาทำให้เขาถูกไล่ออกจากสนามในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2000/01 และนั่นก็ทำให้เขาต้องเรียนรู้ว่าควรจะใจเย็นมากขึ้น

หลังจากนั้นเขากลับมาลงเล่นให้กับทีมและสามารถทำ 11 ประตูให้กับ ลีดส์ ในฤดูกาล 2001/02 สมิธ ได้ลงเล่นในตำแหน่งกองกลางมากขึ้นเนื่องจากทีมได้เซ็นสัญญากับกองหน้าตัวใหม่คือ ร็อบบี้ ฟาว์เลอร์ จาก ลิเวอร์พูล และนั่นก็ส่งผลต่อจำนวนประตูที่ลดลงของเขาในเวลาต่อมา สมิธ ลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่นัดแรก พบกับ เม็กซิโก ที่ ไพรด์ พาร์ค ในเดือนพฤษภาคม 2001 และกลายเป็นตัวเลือกแรกของผู้จัดการทีม สเวน โกรัน อิริคส์สัน ในตำแหน่งศูนย์หน้าของอังกฤษในชุดลุยศึกฟุตบอลโลกปี 2002 รอบคัดเลือก แต่เขากลับไม่มีชื่อติดทีมชาติเพื่อไปญี่ปุ่น

อย่างไรก็ดีเขาติดทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 21 ปี เพื่อลงแข่งใน European Under-21 Championships ในครั้งนี้เขาได้ลงเล่นทั้งในตำแหน่งศูนย์หน้าและตำแหน่งกองกลาง ซึ่งสมิธ โชว์ฟอร์มได้ดีมากที่ สวิตเซอร์แลนด์ แม้ว่าทีมจะไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ก็ตาม

สมิธ ได้เล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่อีกครั้งในนัดกระชับมิตรระหว่างอังกฤษ กับโปรตุเกส และเขาก็สามารถยิงประตูได้จากการผ่านบอลของ ลี โบว์เยอร์ แต่ในนัดถัดมาที่พบกับ มาซิโดเนีย ในรอบคัดเลือกยูโร 2004 เขาต้องถูกไล่ออกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ และผลการแข่งขันก็จบด้วยการเสมอกัน 2 – 2 ที่สนามเซนต์ แมร์รี่

การได้ 12 ใบเหลือง และ 3 ใบแดงของเขาในฤดูกาลนี้ทำให้ทุกคนต่างก็พูดถึงพฤติกรรมของเขา อีกทั้งการที่ทำได้เพียง 3 ประตูใน พรีเมียร์ชิพ นั่นก็ไม่สร้างความประทับใจให้ใครๆ เลย จนกระทั่งในฤดูกาล 2003/04 ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แม้ว่าเริ่มต้นฤดูกาล 21 นัด เขาจะได้ใบเหลืองมาถึง 9 ใบแล้วแต่ฟอร์มการเล่นของเขาก็ดูดีขึ้นมาก และเขาก็แสดงถึงความพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะช่วยทีมในการหนีตกชั้น

สมิธ ถูกเรียกติดทีมชาติอีกครั้งนับตั้งแต่ได้ใบแดงในนัดที่พบกับ มาซิโดเนีย โดยเขาถูกเลือกให้ลงเล่นในนัดที่อังกฤษพบกับ เดนมาร์ก ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่จากการที่เขาขว้างขวดใส่แฟนบอลในสนามตอนแข่งคาร์ลิ่ง คัพ ที่ ลีดส์ พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนหน้านั้น ทำให้สมาคมฟุตบอลอังกฤษสั่งห้ามเขาลงเล่นให้กับทีมชาติครั้งนี้ แต่ สเวน โกรัน อิริคส์สัน ยืนยันที่จะให้เขาลงเล่นให้กับทีมชาติต่อไป โดยเรียกตัวเขากลับมาติดทีมชาติอีกครั้งนัดที่พบกับโปรตุเกส ในเดือนกุมภาพันธ์

กับการเล่นให้สโมสร เขาปรับปรุงตัวเองได้ดีขึ้นมาก โดยเขาไม่ได้ใบเหลืองเลยตั้งแต่เดือนมกราคม จนจบฤดูกาล และเขาก็ยังสามารถยิงประตูให้ทีมได้อีก 9 ประตู แต่การที่ ลีดส์ ต้องตกชั้น ก็ย่อมทำให้นักเตะที่มีความสามารถอย่างเขาต้องการที่จะย้ายทีม ซึ่งมีหลายทีมสนใจเขาทั้ง เอฟเวอร์ตัน, มิดเดิ้ลสโบรซ์ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเขาก็เลือกที่จะย้ายมาเล่นให้กับทีมคู่รักคู่แค้นอย่างทีมปีศาจแดง ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2004 ด้วยสัญญา 5 ปี

อลัน สมิธ ลงเล่นให้กับทีมจาก เอลแลนด์ โรด 228 นัดและทำได้ 56 ประตู ก่อนจะย้ายมายังโรงละครแห่งความฝันและลงเล่นนัดแรกให้กับทีมผีแดงในศึก คอมมิวนิตี้ ชิลด์ แต่เป็นการประเดิมสนามได้ไม่ดีเท่าไหร่เมื่อทีมต้องพ่ายให้กับ อาร์เซนอล

แต่ฟอร์มของเขาที่ลงเล่นในกับทีมปีศาจแดงไม่ค่อยสู้ดีนัก อาการบาดเจ็บทำให้เขาพลาดลงแข่งในแมทช์สำคัญอย่าง นัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ กับทีมอาร์เซนอล เมื่อปี 2005 ที่ทีมแมนยูแพ้จุดโทษ หลังเสมอในเวลา 0-0

ด้วยอาการบาดเจ็บ ประกอบกับการที่เวย์น รูนี่ย์ ระเบิดฟอร์มสุดยอด แถมด้วยการหายจากอาการบาดเจ็บกลับมาของ รุด แวน นิลเตอร์รอย ทำให้สมิธ ขณะที่แผงกลางของแมนยู ก็มีพอล สโคล และ รอยคีน ยืนเป็นตัวหลักอยู่แล้ว ทำให้สมิธถูกถีบไปยังม้านั่งสำรอง โดยปริยาย

สมิธ มีชีวิตค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ไม่ดีเลย อยู่มาสามฤดูกาล เขาได้ลงทั้งสิ้น 61 นัด ทำได้ 7 ประตู จากกองหน้าตัวเป้าจอมดุดัน กลายเป็นกองกลางที่ไม่มีใครกลัวอีกต่อไป ยิ่งฤดูกาลที่ 3 ที่เขาอยู่กับทีม 18 นัดเท่านั้น เจ้าตัวไม่มีความสุขในฐานะสมาชิกปีศาจแดงอีกต่อไป เป็นผลให้เขาย้ายมาร่วมทีม "เดอะ แมกพายต์" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในฤดูกาลต่อมา ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์

แต่ในถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค "อริสมันต์" ก็ไม่ฉายแววเก่งออกมาแต่อย่างใด ลงสนามไป 39 นัด ยิงไม่ได้เลยสักประตู ร่วงชั้นลงไปเล่นในลีกแชมเปี้ยนชิพร่วมกับทีมเรียบร้อย

ข้อมูลล่าสุด : @ 2013-10-10 14:52:18

สปอร์ตไอดอล