logo
Save on hotels with HotelsCombined.com

ประวัติของ คลาส ยาน ฮุนเตลาร์

 

คลาส ยาน ฮุนเตลาร์

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ : คลาส ยาน ฮุนเตลาร์
วันเกิด : 12 สิงหาคม 1983
เกิดที่ : เดรมพท์, ฮอลแลนด์
ตำแหน่ง : กองหน้า
ส่วนสูง : 186 ซม.
สโมสรปัจจุบัน : อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม
หมายเลขเสื้อ : 9

จาก "เพชฌฆาตพรายกระซิบ" สู่ดาวยิงหน้าม้า รุด ฟาน นิสเตลรอย มาถึงทายาทดาวยิงคนล่าสุดของวงการฟุตบอลแดนกังหันลม "เดอะ ฮันเตอร์" คลาส ยาน ฮุนเตลาร์ ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นความหวังใหม่ของแฟนบอลฮอลแลนด์ทุกคน

คลาส ยาน ฮุนเตลาร์ เกิดที่อาชเตอร์โฮค หมู่บ้านเล็กๆในเดรมพต์ เป็นสมาชิกคนเล็กของบ้านฮุนเตลาร์ โดยมีพี่น้อง 2 คนซึ่งเป็นผู้ชายทั้งหมดคือนีค และเยล ฮุนเตลาร์ ซึ่งจากการที่พี่ทั้งสองคนเล่นฟุตบอลทำให้เจ้าหนูคลาส ยาน ของเราก็เล่นตามไปด้วยโดยเล่นในทีมเยาวชนท้องถิ่นเล็กๆที่ชื่อประหลาดๆว่า v.v.H. en K.

เจ้าหนูคลาส ใช้เวลาร่ำเรียนวิชาลูกหนังในทีมนี้นานถึง 6 ปีและถูกแมวมองของทีมโก อเฮด อีเกิลส์ จีบตั้งแต่ยังอายุไม่กี่ขวบเนื่องจากพรสวรรค์ในเกมลูกหนังเตะตาแมวมองเต็มๆ

แต่สุดท้ายครอบครัวของฮุนเตลาร์ กลับปฏิเสธโอกาสดังกล่าวไปเนื่องจากติดปัญหาในเรื่องของการเดินทาง แต่สุดท้ายเขาก็ได้เซ็นสัญญาเป็นักเตะเยาวชนของทีมเดอ ราฟส์ชาพ เมื่ออายุครบ 11 ปี

ในช่วง 2 ปีแรกที่เล่นให้กับเดอ กราฟส์ชาพนั้น คลาส ยาน ฮุนเตลาร์ ได้เล่นในหลากหลายตำแหน่งไม่ว่าจะเป็นแบ็กซ้าย ปีกซ้าย กองกลางตัวรุก หรือแม้แต่เป็นผู้รักษาประตู ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้เรียนรู้ถึงเกมลูกหนังจากมุมมองที่แตกต่างกัน

จวบจนเข้าสู่ปีที่ 3 ของการเป็นนักเตะเยาวชนเขาก็ได้เล่นเป็นศูนย์หน้า ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาถนัดที่สุดและเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุดด้วย และในช่วงวัย 14 ปี ฮุนเตลาร์ ก็สร้างชื่อด้วยการเล่นให้กับทีมชุดซี ของเดอ กราฟส์ชาพ และยิงไปถึง 33 ประตูจาก 20 นัดเท่านั้น

ผลงานดังกล่าวทำให้เขาโดนดันขึ้นสู่ทีมชุดบี1 และก็ยังคงถล่มประตูเป็นว่าเล่นอีก 31 ลูกในฤดูกาล 1999-00 จนทำให้ทีมยักษ์ใหญ่อย่างพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เซ็นสัญญาคว้าตัวไปร่วมทีมในเดือน มิ.ย.ปี 2000

แม้จะย้ายไปอยู่กับทีมยักษ์ใหญ่แต่ฮุนเตลาร์ ยังคงมีระดับฝีเท้าที่เหนือกว่าเพื่อนร่วมรุ่นอย่างเห็นได้ชัดและก็กลายเป็นดาวซัลโวของลีกระดับเยาวชน แต่ก็ยังคงใช้เวลาในปีแรกกับทีมเอ1 ของพีเอสวีไปก่อน จนกระทั่งขวบปีที่สองถึงได้ถูกกุส ฮิดดิ้งค์ ซึ่งเป็นโค้ชทีมชุดใหญ่ในขณะนั้นดันขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ฮุนเตลาร์ ไม่สามารถที่จะเบียดแทรกตัวเข้าทีมชุดใหญ่ของพีเอสวีได้ โดยเขาได้เล่นนัดประเดิมสนามด้วยการลงไปแทนดาวยิงประจำทีมอย่างมาเตย่า เคซมัน ในวันที่ 23 พ.ย.2002 ซึ่งพีเอสวีชนะขาดลอย 3-0 เหนืออาร์บีซี รูเซนดาล แต่นั่นก็เป็นการเล่นเพียงนัดเดียวในชีวิตของเขากับพีเอสวี

ฮุนเตลาร์ โดนส่งตัวให้กับเด กราฟส์ชาพ สโมสรเก่าใช้งานเพื่อเก็บประสบการณ์อีกครั้ง แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาผิดหวังเมื่อได้ลงเล่นแค่ 9 นัดและทำประตูไม่ได้เลย ซึ่งเด กราฟส์ชาพ ก็ตัดสินใจที่จะไม่เซ็นสัญญากับเขาอย่างถาวร

ความล้มเหลวในครั้งนี้ทำให้ฮุนเตลาร์ โดนส่งตัวไปให้กับสโมสรเล็กๆอย่างอาโกฟฟ์ อาเพลดูร์น ยืมตัวไปใช้งาน แต่ครั้งนี้มันถึงเวลาที่เพชฌฆาตหน้าใสจะแจ้งเกิดเสียที เมื่อเขายิงประตูได้ตั้งแต่เกมแรกที่ได้ลงเล่น และจากนั้นเขาก็เหมือนกับลูกระเบิดที่รอวันปลดชนวนอยู่นาน ฮุนเตลาร์ ยิงประตูได้เป็นว่าเล่นถึง 26 ประตูจาก 35 นัดในลีกและจบฤดูกาลด้วยการเป็นดาวซัลโวในที่สุด ทำให้ทีมอาโกฟฟ์ ถึงกับตั้งชื่ออัฒจันทน์ฝั่งหนึ่งว่าเป็น "คลาส ยาน ฮุนเตลาร์" เพื่อระลึกถึงจอมล่าตาข่ายรุ่นเยาว์เลย

แจ้งเกิดไม่ทันไร ฮุนเตลาร์ ก็ต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางอนาคตของตัวเองเป็นครั้งแรกเมื่อพีเอสวี ยื่นสัญญาฉบับใหม่มาให้เซ็น แต่เขากลับเลือกที่จะปฏิเสธมันและเซ็นสัญญาย้ายไปอยู่กับฮีเรนวีน ด้วยค่าตัวเพียงแค่ 100,000 ยูโรเท่านั้น ซึ่งกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของฮีเรนวีน

ฮุนเตลาร์ ยิงประตูได้ตั้งแต่เกมแรกก่อนที่จะยิงรวมได้ถึง 17 ประตูจากการเล่น 31 นัดในฤดูกาลแรกกับฮีเรนวีน และมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีกในฤดูกาลที่ 2 ของเขาในปี 2005-06 เมื่อจบช่วงแรกของฤดูกาลเขาทำไปแล้วถึง 17 ประตูจากการเล่นแค่ 15 นัดเท่านั้น

ผลงานร้อนแรงดังกล่าวทำให้อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตัดสินใจดึงตัวไปร่วมทีมทันทีด้วยค่าตัวถึง 9 ล้านยูโรเลยทีเดียว

ทว่าการเริ่มต้นกับทีมใหม่ครั้งนี้ไม่สวยงามเหมือนทุกครั้ง เมื่อเขาต้องใช้เวลานานถึง 5 นัดกว่าจะยิงประตูแรกให้กับทีมใหม่ได้ แต่หลังจากที่ยิงได้ฮุนเตลาร์ ก็ทำประตูได้เป็นว่าเล่นโดยในเดือน ก.พ. เพียงแค่เดือนเดียวก็ยิงไปถึง 9 ประตูจาก 7 นัดที่เล่นให้กับอาแจ๊กซ์

จบฤดูกาล 2005-06 ฮุนเตลาร์ ยิงรวมได้ถึง 33 ประตูจาก 31 นัดในลีกที่เล่นให้กับฮีเรนวีนและอาแจ๊กซ์ คว้ารางวัลดาวซัลโวไปครองแบบไร้คู่แข่ง

ในฤดูกาลต่อมา ฮุนเตลาร์ ก็ยังคงทำผลงานได้ร้อนแรงเหมือนเดิม โดยในช่วงก่อนออกสตาร์ทฤดูกาลก็ไปสร้างชื่อด้วยการทำประตูแรกในสนามเกมเปิดเอมิเรตส์ สเตเดียม ของทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ในเกมเทสติโมเนียลแมตช์ของเดนนิส เบิร์กแคมป์ตำนานของทีมกันเนอร์สและเคยเป็นเด็กปั้นของอาแจ๊กซ์ด้วย แต่สุดท้ายอาร์เซนอลก็ชนะไปในเกมดังกล่าวด้วยสกอร์ 2-1

หลังจากนั้นฮุนเตลาร์ ก็ยิงเป็นว่าเล่นไม่ว่าจะในรายการพรีเมียร์ดัตช์ หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และยูฟ่า คัพ ที่อาแจ๊กซ์ต้องร่วงลงมาเล่นหลังตกรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเขาก็ยิงไปถึง 8 ประตูจาก 7 นัดก่อนจะยิงรวมในลีกได้ 21 ประตู

แต่โชคร้ายที่อาแจ๊กซ์ต้องพลาดแชมป์แบบหวุดหวิดในเกมสุดท้าย จนต้องเพลย์ออฟเพื่อหาทีมไปแชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งสุดท้ายก็เอาชนะฮีเรนวีนทีมเก่าของพวกเขาและอาแซด อัลก์มาร์ ได้ตั๋วเข้าไปเล่นในถ้วยใบใหญ่ของยุโรปอีกครั้ง

ทว่าอาแจ๊กซ์ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับฤดูกาล 2007-08 เมื่อสองตัวหลักอย่างเวสลีย์ สไนเดอร์และไรอัน บาเบลย้ายออกไป ทำให้อาแจ๊กซ์เสียสูญและต้องรวงตกรอบคัดเลือกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อแพ้สลาเวีย ปราก และยังมาตกรอบแรกในศึกยูฟ่า คัพ อีกด้วยน้ำมือของดินาโม ซาเกร็บด้วย

อย่างไรก็ดีฮุนเตลาร์ ยังคงทำผลงานได้ดีในลีกโดยทำคนเดียวถึง 4 ประตูในเกมแรกของฤดูกาลที่ต้องพบกับทีมเก่าของเขา เดอ กราฟส์ชาพที่เพิ่งเลื่อนชั้นมา ซึ่งอาแจ๊กซ์บุกไปชนะได้ถึง 8-1 และยังยิงประตูเรื่อยมาจนเวลานี้ซัดไปแล้ว 9 ประตูจาก 7 นัด และจะยังคงยิงต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

ส่วนในเวทีทีมชาตินั้น ฮุนเตลาร์ ได้รับโอกาสจากมาร์โก ฟาน บาสเท่น ให้เข้ามาติดทีมชาติในช่วงหลังฟุตบอลโลก 2006 และตอบแทนความไว้วางใจด้วยการทำ 2 ประตูในเกมแรกที่พบกับไอร์แลนด์ แต่หลังจากนั้นก็ยังทำประตูไม่ได้และโดนรุ่นพี่อย่างรุด ฟาน นิสเตลรอยกลับมาเบียดตำแหน่งเสียด้วย

Klaas Jan Huntelaar of the Netherlands balances the ball on his head during his presentation for Real Madrid at the Santiago Bernabeu stadium on December 4, 2008 in Madrid, Spain.  (Photo by Denis Doyle/Getty Images) *** Local Caption *** Klaas Jan Huntelaar

ฤดูกาล 2008/09 เป็นช่วงชีวิตที่แปรผันของฮุนเตล่าร์ เมื่อทีมราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ซื้อตัวเขามาร่วมทีมด้วยจำนวนเงินมูลค่า 27 ล้านยูโร ซึ่งฤดูกาลแรกของฮุนกับทีมใหม่ถือว่าทำได้พอใช้ ลงเป็นตัวจริง 11 นัด(ทั้งหมด 20 นัด) ทำได้ 8 ประตู

แต่อนาคของเขากับทีม เริ่มไม่ดีนัก จากการมาของประธานหน้าเก่าคใหม่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ซึ่งมีนโยบายทำทีมแบบกาลาคติกอส โดยได้กว้านซื้อนักเตะซูเปอร์สตาร์มาเพียบ รวมถึงในแดนหน้าอย่าง คาริม เบนเซม่าด้วย ซึ่งพอบวกรวมกับตัวเก่าๆคนอื่นแล้ว คงต้องเอาใจช่วยกันว่า ถ้าเขาอยู่กับทีมต่อไป เขาจะได้ลงเล่นมากน้อยขนาดไหน

ข้อมูลล่าสุด : @ 2013-10-10 11:50:36

สปอร์ตไอดอล