logo
Save on hotels with HotelsCombined.com

ข่าวล่าสุดของ โคโล ตูเร่

ร็อดเจอร์ปัดโทษตูเร่แต่โบ้ยมิโญเล่ต์เกมเจ๊าเวสต์บรอม

 
เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งเกาะอังกฤษ ออกโรงปกป้อง โคโล ตูเร่ ปราการหลังจอมเฟอะฟะ หลังมีส่วนทำให้ต้นสังกัดพลาดเก็บ 3 แต้มนอกบ้าน ในเกมเสมอ เวสต์ บรอมวิช 1-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ เดอะ ฮอว์ธอร์นส โดยระบุเป็นความผิดพลาดที่สามารถเกิดขึ้นได้ พร้อมโยนบาปให้ซิมง มิโญเล่ต์ ที่ขว้างบอลออกมาในระยะประชิด 
       
       แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ออกนำก่อนในครึ่งแรก ซึ่ง "หงส์แดง" ทำท่าจะได้ 3 แต้มกลับบ้านอยู่แล้ว ทว่า ตูเร กลับจ่ายบอลพลาดแบบไม่น่าเชื่อ บริเวณหน้าประตู ไปเข้าทางให้ วิคเตอร์ อนิเชเบ วิ่งมาฉก และซัดให้เจ้าบ้านแบ่งแต้มได้ในที่สุด
       
       ทั้งนี้ ร็อดเจอร์ส กล่าวหลังเกมทำนองไม่ถือโทษเอาความต่อ ตูเร เพราะเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้  "ตูเร่ ผิดหวังมาก เพราะเขาเป็นคนที่ค่อนข้างซื่อตรง เขาเป็นคนที่มีประสบการณ์ ดังนั้นเขารู้ตัวว่ามันคือความผิดพลาด เขาจ่ายบอลเสีย และยังเป็นการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยมของ อนิชิเบ้ โชคไม่ดีสำหรับเรา ที่คะแนนหายไปสองแต้ม"
 
"ผมเคยพูดกับเขา และพูดอีกทีหลังจากนั้นว่าบางครั้งเราก็ต้องยอมจ่ายค่าโง่จากความผิดพลาด เพราะนี่คือฟุตบอล ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา เราเล่นกันอย่งเชื่อมั่น และเต็มไปด้วยความกล้าหาญ และผมก็ไม่เคยต่อว่านักเตะที่พยายามเล่นฟุตบอลอย่างเต็มที่สักครั้ง โคโล จ่ายบอลพลาดก็จริง แต่สำหรับผม เขาพยายามทำเกมขึ้นมาจากด้านหลัง ถือเป็นสิ่งที่เราทำ และคว้าชัยชนะมาตลอด" เทรนเนอร์ชาวไอริชทิ้งท้าย 

ประวัติของ โคโล ตูเร่

ชื่อ : โคโล ตูเร่
 
เชื้อชาติ : ไอวอรี่ โคสต์
 
วันเกิด : 19 มีนาคม 1981
 
อายุ : 32 ปี
 
สถานที่เกิด : เมืองบัวเก ประเทศไอวอรี่ โคสต์
 
ส่วนสูง : 178 ซม.
 
ต้นสังกัด : ลิเวอร์พูล

ตำแหน่ง : กองหลัง

 


 

     โคโล ฮาบิบ ตูเร่ เกิดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ปี 1981 เมืองบัวเก ประเทศไอวอรี่ โคสต์ ถือว่าเป็นนักเตะที่รูปร่างใหญ่พอสมควร ทำให้เขาได้เปรียบในจังหวะลูกกลางอากาศ แถมยังมีความเร็วอีกต่างหาก ผิดกับคนที่รูปร่างใหญ่ขนาดนี้ที่มักจะเคลื่อนตัวช้า

     ตูเร่ ย้ายมาค้าแข้งในศึกพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ กับ "เดอะ กันเนอร์ส" ในเดือน ก.พ. ปี 2002 จาก เอเอสอีซี ไมโมเซส ด้วยค่าตัว 150,000 ปอนด์ (ราว 7.5 ล้านบาท) หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจในช่วงการทดสอบฝีเท้า  แต่ทว่ายังไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในถิ่น ไฮบิวรี่ ได้สำเร็จ จนกระทั่งในเดือน ส.ค. ปีเดียวกัน ก็ได้สวมเสื้อ "ปืนใหญ่" เป็นครั้งแรกในศึกฟุตบอลการกุศล คอมมูนิตี้ ชิลด์ กับ ลิเวอร์พูล โดยลงเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา เขายิงประตูแรกให้กับตัวเองในสีเสื้ออาร์เซนอล ได้ในนัดที่บุกไปเสมอ เชลซี 1-1 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

     ในฤดูกาล 2003-04 อาร์แซน เวนเกอร์ โยกให้เขาเข้ามาเล่นเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟ โดยจับคู่กับ โซล แคมป์เบล์ ช่วยให้ต้นสังกัด อย่าง อาร์เซนอล ทำสถิติไม่แพ้กันติดต่อกันถึง 49 นัด ปีต่อมา ฤดูกาล 2004-05 กองหลังผิวสี รายนี้ สามารถปรับตัวให้เข้ากับสไตล์การเล่นของเมืองผู้ดีได้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งกลายมาเป็นหนึ่งในปราการหลังตัวกลางที่ดีที่สุดคนหนึ่งของพรีเมียร์ชิพ

     ในฤดูกาล 2005-06 ตูเร่ ก็ถูกจับให้มาคู่กับ ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง ซึ่งทั้งคู่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม จนทำให้ อาร์เซนอล ทะลุเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศของ
ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก เป็นครั้งแรก ด้วยการสร้างสถิติที่เป็นสถิติของการแข่งขัน คือ ไม่เสียประตูนานติดต่อกันถึง 10 นัดรวด แต่น่าเสียดายที่พ่ายแพ้ให้กับ บาร์เซโลน่า ไป 1-2

     ตูเร่ เปลี่ยนเบอร์เสื้อจากเบอร์ 28 มาเป็นเบอร์ 5 ในฤดูกาล 2006-07 หลังจากที่ มาร์ติน คีโอน ออกจากทีมไป  เขาได้รับบทบาทกัปตันทีมอาร์เซนอลเป็นครั้งแรก ในนัดที่เอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 6-3 ในฟุตบอลลีก คัพ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2007 ต่อมา เขาก็ได้รับความไว้วางใจจาก เวนเกอร์ ให้เป็นกัปตันทีมอีกหลายครั้ง และในวันที่ 13 เมษายน 2009 ตูเร่ มีปัญหาไม่ลงรอยกับ วิลเลี่ยม กัลลาส เพื่อนร่วมทีม ทำให้เขาขอขึ้นบัญชีย้ายออกจากสโมสร แต่หลังจากการได้พูดคุยกับ ปีเตอร์ ฮิลล์-วู๊ด ประธานสโมสรของอาร์เซนอล ทำให้เขาตัดสินใจอยู่กับทีมต่อไปจนจบฤดูกาล


 

     หลังจากที่มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับการย้ายทีมของตูเร่ สุดท้ายก็เป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ยื่นข้อเสนอจำนวน 14 ล้านปอนด์(ราว 700 ล้านบาท) ให้กับอาร์เซนอล เพื่อดึงตัวเขามาสู่ถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2009 เซ็นสัญญากันเป็นเวลา 4 ปี โดย มาร์ค ฮิวจส์ กุนซือของ "เรือใบสีฟ้า" ในเวลานั้น ได้แต่งตั้งให้เขาเป็นกัปตันทีม และเขายิงประตูแรกให้กับ แมนฯ ซิตี้ ได้ในการแข่งขันฟุตบอลลีก คัพ นัดที่เฉือนชนะ ฟูแล่ม 2-1 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2009 ต่อมา ตูเร่ ได้ลงเล่นร่วมทีมเดียวกันกับน้องชายของเขา เมื่อแมนฯ ซิตี้ ซื้อตัว ยายา ตูเร่ มาร่วมทีม ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2010

     ในฤดูกาล 2010-11 โรแบร์โต้ มันชินี่ นายใหญ่ของแมนฯ ซิตี้ ในตอนนั้น ได้ยึดปลอกแขนกัปตันทีมคืนจาก ตูเร่ เเละแต่งตั้งให้ คาร์ลอส เตเบซ นักเตะชาวอาร์เจนไตน์ เป็นกัปตันแทน แต่เขาก็ยังคงอยู่ในแผนการทำทีมของ มันชินี่ และเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2011 มีรายงานเปิดเผยว่า ตูเร่ ไม่ผ่านการทดสอบยาเสพติด ทำให้เขาถูกแบนจากการแข่งขันฟุตบอลเป็นเวลา 6 เดือน ต่อมาในฤดูกาล 2011-12 ตูเร่ ได้รับโอกาสลงเล่นให้กับทีม "เรือใบสีฟ้า" ในลีก ทั้งหมด 14 นัด และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปี

     เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2013 ลิเวอร์พูล ได้ออกมาแถลงการณ์เรื่องการคว้าตัว ตูเร่ มาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบไม่มีค่าตัว โดยเขาเป็นนักเตะคนแรกที่ แบรนดอน ร็อดเจอร์ส กุนซือของ "หงส์แดง" คว้าตัวมาร่วมในฤดูกาล 2013-14 ซึ่งจะใส่เสื้อหมายเลข 4 ลงทำการแข่งขัน โดย ตูเร่ ลงสนามในสีเสื้อลิเวอร์พูล เป็นนัดแรกในศึกพรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาลที่เปิดบ้านเอาชนะ สโต๊ค ไปได้ 1-0 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2013

     ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2014 ในเกมที่พบกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เขาทำพลาดอย่างหนัก ด้วยการจ่ายบอลคืนหลังไม่ดี ก่อนที่ วิคเตอร์ อนิเชเบ้ จะลากเข้าไปดวลเดี่ยวและซัดประตูตีเสมอให้กับทีม "มวยโลก" ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่เจ้าตัวไม่มีวันลืม นอกจากนี้เมื่อวันที่ 12 กุมภาพัธ์ 2014 เขายังทำเข้าประตูตัวเองในเกมที่พบกับ ฟูแล่ม และเกือบจะจบลงด้วยการเสมออีกครั้ง แต่ต้องขอบคุณ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่ซัดจุดโทษให้ทีมเอาชนะไปได้หวุดหวิด

     ต่อมาในวันที่ 1 มีนาคม 2015 เขาถูกส่งลงสนามมาพบกับต้นสังกัดเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนาทีที่ 83 และยังเป็นครั้งแรกที่ได้ลงเล่นอยู่ในสนามเดียวกับน้องชายของเขา ยาย่า ตูเร่

 

     ส่วนผลงานระดับชาติ ตูเร่ ซึ่งมีพี่น้อง 2 คน คือ ยายา ตูเร่ และ อิบราฮิม ตูเร่ อยู่ในวงการฟุตบอลด้วยนั้น ติดทีมชาติทีมครั้งแรกเมื่อปี 2000 โดยเคยผ่านทัวนาเมนต์สำคัญมาแล้ว อย่าง ศึก แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ปี 2002 และเป็นรองแชมป์ในรายการนี้ ปี 2006 รวมไปถึงเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่ช่วยพาทีมผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก 2006 ได้เป็นครั้งแรก ต่อมาในฟุตบอลโลกปี 2010 ตูเร่ ก็ได้เข้าร่วมแข่งขันอีกครั้ง เขาได้รับบทบาทกัปตันทีมแทน ดิดิเยร์ ดร็อกบา ที่ได้รับบาดเจ็บไม่สามารถลงสนามได้ ในนัดแรกที่ไอวอรี่ โคสต์ พบกับ โปรตุเกส อีกด้วย ปัจจุบัน ตูเร่ ลงเล่นในนามทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ไปทั้งหมด 106 นัด ทำได้ 6 ประตู

     สาวก "หงส์แดง" ต้องรอลุ้นเพียงอย่างเดียวว่า ตูเร่ จะปรับตัวเข้ากับระบบของทีมได้เร็วขนาดไหน เพราะด้วยฝีมือและประสบการณ์อันล้นเหลือของเขา สามารถช่วยให้สโมสรลิเวอร์พูล บินไปได้ไกลแน่นอนอยู่แล้ว

 

Updated by [G]

ข้อมูลล่าสุด : @ 2016-01-21 16:35:13

สปอร์ตไอดอล